
ประมูลคลื่น 1800 จบ ผู้ชนะยัง ‘เสี่ยง’ ไม่ได้ใบอนุญาต
รู้ผลแพ้ชนะทั้งสองใบอนุญาตไปแล้ว สำหรับการประมูลคลื่น 1800 MHz เพื่อให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่ 4 หรือ 4จี
โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐ โพสต์ทูเดย์
รู้ผลแพ้ชนะทั้งสองใบอนุญาตไปแล้ว สำหรับการประมูลคลื่น 1800 MHz เพื่อให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่ 4 หรือ 4จี และเรียกได้ว่าศึกประมูลคลื่นความถี่ครั้งนี้ใช้เวลายืดเยื้อยาวนานที่สุด นับตั้งแต่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้เปิดประมูลคลื่น 2100 MHz เพื่อให้บริการ 3จี และการประมูลใบอนุญาตทีวีดิจิทัลเมื่อปี 2556
แม้การเคาะราคาประมูลครั้งนี้จะสู้กันดุเดือด แต่ผู้ที่ชนะยังมี “ความเสี่ยง” ที่จะไม่ได้ครอบครองคลื่น เนื่องจากคดีที่สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจบริษัท กสท โทรคมนาคม ได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง เพื่อขอให้มีคำสั่งระงับหรือให้การประมูลดังกล่าวเป็นโมฆะ
ขณะนี้ศาลได้รับคำร้องไว้แล้วเป็นเลขที่คดีดำ 1964/2558 ล่าสุดวันที่ 11 พ.ย. อธิบดีศาลปกครองกลางได้สั่งจ่ายสำนวนเข้าสู่องค์คณะเพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาว่าศาลปกครองจะ “ประทับรับฟ้อง” หรือไม่ ขณะที่ฝ่ายบริหาร กสทฯ ได้แถลงจุดยืนว่า การยื่นฟ้องของสหภาพแรงงานฯ ครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับฝ่ายบริหาร
ส่งผลให้ผู้ที่ชนะการประมูลคงต้องไปลุ้นอีกเฮือกว่าศาลจะรับพิจารณาคดีหรือไม่ รวมทั้งจะมีคำสั่งเกี่ยวกับคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวออกมาอย่างไร
ทั้งนี้ เมื่อพลิกคำร้องของสหภาพแรงงาน กสทฯ ที่ยื่นต่อศาลปกครองมีประเด็นหลักๆ คือ 1.ขอให้ศาลสั่งว่า มาตรา 48 และ 84 ของ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม 2553 รวมทั้งบทบัญญัติเกี่ยวกับยุทธศาสตร์การคืนคลื่นความถี่เพื่อนำไปจัดสรรใหม่นั้น “ขัดแย้ง” กับมาตรา 47 ของรัฐธรรมนูญปี 2550
การที่ กสทช.นำกฎหมายทั้งสองฉบับมาบังคับให้ กสทฯ ต้องคืนคลื่น 1800 MHz ให้ กสทช.นั้น เป็นการกระทำที่มิชอบ ดังนั้น กสทช.ไม่มีอำนาจในการนำคลื่นไปประมูล
2.ขอให้ศาลมีคำสั่งว่า มาตรา 48-51 และมาตรา 83-88 ของ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ และบทบัญญัติเกี่ยวกับยุทธศาสตร์การคืนคลื่นความถี่เพื่อนำไปจัดสรรใหม่ “ไม่ชอบ” ขัดรัฐธรรมนูญ
แปลความง่ายๆ คือ ประเด็นที่สหภาพแรงงาน กสทฯ ต้องการร้องต่อศาล คือ คลื่น 1800 MHz ที่หมดสัมปทานและถูก กสทช.เรียกคืนไปจัดสรรใหม่ เป็นคลื่นที่ กสทฯ ได้รับการจัดสรรก่อนจะมี พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ และ กสทช.ดังนั้น กสทช.จึงไม่สามารถนำอำนาจตาม พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ มาบังคับเรียกคืนคลื่นจาก กสทฯ
สังวรณ์ พุ่มเทียน ประธานสหภาพแรงงาน กสทฯ ระบุว่า ประเด็นที่ว่าคลื่นต้องคืนให้กสทช.เพื่อนำมาเปิดประมูลได้หรือไม่นั้น ถกเถียงกันมานานระหว่างฝ่ายรัฐวิสาหกิจในฐานะผู้ให้สัมปทานกับ กสทช. โดยเฉพาะประเด็นที่ว่า อำนาจที่ กสทช.ใช้จัดการกับคลื่นความถี่ที่เกี่ยวข้องกับสัมปทานขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ แต่ยังไม่เคยนำมาต่อสู้ในศาลอย่างจริงจัง
“คดีนี้จะเป็นคดีแรกที่จะได้พูดถึงประเด็นเรื่องคลื่น” สังวรณ์ กล่าว
นอกจากนี้ คำฟ้องอื่นๆ ที่สหภาพแรงงาน กสทฯ ฟ้องศาลและเป็นสาระสำคัญของคำฟ้องที่ศาลปกครองจะต้องมีคำสั่งออกมายังประกอบด้วย 3 ประเด็น และจะเป็นจุดเปลี่ยนการประมูลคลื่น 1800 MHz ครั้งนี้ก็ว่าได้ นั่นก็คือ
1.สหภาพแรงงาน กสทฯ ขอให้ศาลสั่งระงับการประมูลคลื่นความถี่ 1800 MHz 2.ขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนประกาศ กสทช.เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมย่าน 1800 MHz ทั้งฉบับ และ 3.หากประมูลไปแล้ว ขอให้ศาลสั่งเป็นโมฆะทั้งหมด
จึงต้องขึ้นอยู่กับคำสั่งของศาลปกครองจะออกมาเป็นเช่นใด แต่หากศาลรับฟ้องไว้ก็เป็นความเสี่ยงของผู้ชนะการประมูลคลื่นในอนาคต รวมทั้งจะสร้าง “บรรทัดฐาน” ให้กับการประมูลคลื่น 900 MHz ที่จะมีขึ้นในวันที่ 15 ธ.ค.นี้ด้วย
แต่การที่ศาลปกครองไม่รับคำร้องไว้ “ไต่สวนฉุกเฉิน” กรณีคลื่น 1800 MHz น่าจะเป็นสัญญาณที่ดีต่อการประมูลครั้งนี้







