
รายย่อยมั่นใจอนาคตเมียนมา
รายย่อยชี้โอกาสธุรกิจโตยกแผง สินค้า-บริการ-ท่องเที่ยว หลังเลือกตั้งเมียนมา
รายย่อยชี้โอกาสธุรกิจโตยกแผง สินค้า-บริการ-ท่องเที่ยว หลังเลือกตั้งเมียนมา
นายสมเกียรติ ผู้มีชัยวงศ์ ประธานชมรมคลัสเตอร์การค้าไทย เปิดเผยว่า จากผลการเลือกตั้งในประเทศเมียนมาอย่างไม่เป็นทางการ ที่พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ของ
นางอองซานซูจี ได้รับคะแนนเสียงอย่างท่วมท้น ซึ่งหากเมียนมาเข้าสู่การบริหารตามระบอบประชาธิปไตย คาดว่าจะส่งผลดีต่อผู้ประกอบการธุรกิจรายย่อย หรือ เอสเอ็มอีในธุรกิจและบริการทุกกลุ่มให้เติบโตอย่างทั่วถึง
สำหรับการเลือกตั้งเมียนมาครั้งนี้ หากสามารถหาตัวแทนนางอองซานซูจี เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีเมียนมาได้ทันท่วงที พร้อมเดินหน้าบริหารประเทศตามนโยบายเศรษฐกิจที่วางไว้จะส่งผลดีทางจิตวิทยาและความเชื่อมั่นให้นักลงทุน ผู้ประกอบการธุรกิจจากต่างประเทศ ซึ่งรวมถึงไทย โดยเฉพาะการค้าขายในช่องทางค้าชายแดนไทย-เมียนมา ที่คาดว่าจะเติบโตอย่างรวดเร็ว หรือขยายตัวไม่น้อยกว่า 50% จากปัจจุบัน
“กลุ่มชนเผ่าที่อาศัยบริเวณชายแดนที่ติดกับไทยส่วนใหญ่สนับสนุนพรรคเอ็นแอลดี ซึ่งการเดินหน้านโยบายพัฒนาประเทศ จะส่งผลโดยตรงต่อการค้าบริเวณนี้ด้วย” นายสมเกียรติ กล่าว
ขณะที่กลุ่มธุรกิจและบริการที่คาดว่าจะมีการขยายตัวอย่างรวดเร็วและเห็นได้ชัด ได้แก่ กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ จากไทย ธุรกิจบริการที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว รวมถึงธุรกิจสินค้าอุปกรณ์ก่อสร้างต่างๆ และภาคการขนส่งและกระจายสินค้า (โลจิสติกส์)
นอกจากนี้ กลุ่มธุรกิจบริการประเภทร้านอาหาร หรือแฟรนไชส์จากไทย หรือกลุ่มอาหารว่างของรับประทานเล่น (สแน็ก) จะยังมีโอกาสในการเข้าไปทำตลาดสูงจากพฤติกรรมการบริโภคของชาวเมียนมาที่ค่อนข้างคุ้นเคยวัฒนธรรมอาหารจากไทยพอสมควร จากประสบการณ์ที่เคยเดินทางมาเมืองไทย และการรับชมสื่อโทรทัศน์จากไทย เป็นต้น
ทั้งนี้ คลัสเตอร์การค้าไทยได้เริ่มสำรวจตลาดใหม่ในจังหวัดอื่นๆ ของเมียนมา เช่น เมาะละแหม่ง เมียวดี ด้วยเชื่อว่าจะยังเป็นโอกาสทางการค้าการทำธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย เพื่อเจาะกำลังซื้อประชากรในประเทศนี้ซึ่งมีมากกว่า 50 ล้านคน หากรัฐบาลทหารที่เคยบริหารจัดการประเทศไม่แทรกแซงผลการเลือกตั้ง
นายกริช อึ้งวิฑูรสถิตย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็กเซลเลนท์ ยูไนเต็ด อินเตอร์เนชั่นแนล ผู้ทำธุรกิจด้านส่งออกสินค้าอุปโภคบริโภคไปตลาดประเทศกลุ่มซีแอลเอ็มวี กล่าวว่า ไม่ว่าฝ่ายไหนจะมาเป็นรัฐบาลใหม่ของเมียนมา เชื่อว่าจะเดินหน้าพัฒนาเมียนมาให้ดีขึ้น
“หลังเลือกตั้งทุกอย่างมีแนวโน้มไปในทางที่ดี เพราะทุกคนมีเป้าหมายเดียวกัน คือต้องการทำให้ประเทศดีขึ้น เมียนมาจะเดินหน้าพัฒนาประเทศต่อไป ซึ่งจะพัฒนาไปช้าหรือเร็วก็ขึ้นอยู่กับผู้ที่จะมาบริหารประเทศ” นายกริช ระบุ
นายภัทรเชษฐ์ สุดสงวน ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท 981 ครีเอทีฟ เมียนมา ผู้ทำธุรกิจจัดอีเวนต์และสื่อในเมียนมา เชื่อว่าหลังการเลือกตั้งเมียนมาจะพัฒนาไปได้ดีกว่าที่ผ่านมา
“ภาพรวมธุรกิจ การลงทุนในตอนนี้ยังดีอยู่ และจะดีขึ้นอีกถ้าไม่มีเหตุรุนแรงใดๆ เกิดขึ้น ตอนนี้ถ้าคนที่ไม่ได้ใช้เงินลงทุนมาก ก็ยังเดินหน้าลงทุน ไม่ได้ชะลอแผน” นายภัทรเชษฐ์ กล่าว







