
กนง.ขยับดอกเบี้ย Yield Curve เพิ่มขึ้นในตราสารอายุสั้นๆ
....สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย
ภาวะตลาดตราสารหนี้ (12
–16 ก.ค. 2553) มีมูลค่าการซื้อขายรวมทั้งสิ้น 3,557,937.08 ล้านบาท และมีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 711,587.42 ล้านบาท ทั้งนี้จากข้อมูลตลอดทั้งสัปดาห์พบว่ามูลค่าการซื้อขายโดยรวมทั้งหมดสามารถแบ่งเป็นมูลค่าการซื้อขายแบบ Outright ที่ 252,829.28 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 7.11 ของมูลค่าการซื้อขายรวมทั้งนี้ มูลค่าการซื้อขายแบบ Outright เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้วนั้นพบว่า พันธบัตรองค์กรภาครัฐ (State Agency Bond) มีปริมาณการซื้อขายเท่ากับ 204,665.27 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 80.95 เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนร้อยละ 1.36 ตามมาด้วย พันธบัตรรัฐบาล (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 33,107.51 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 13.09 เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนร้อยละ 3.95 ต่อมาเป็น ตั๋วเงินคลัง (Treasury Bill) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 12,037.37 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 4.76 ลดลงจากสัปดาห์ก่อนร้อยละ 17.11 ทางด้าน หุ้นกู้เอกชน (Corporate Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 1,190.40 ล้านบาท และ พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ (State Owned Enterprise Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 1,599.92 ล้านบาท
สำหรับตราสารหนี้ที่มีปริมาณการซื้อขายแบบ Outright สูงสุดเป็นสามอันดับแรก เมื่อแบ่งตามประเภทของตราสารหนี้มีดังต่อไปนี้ คือ ในส่วนของ พันธบัตรรัฐบาล คือ รุ่น LB155A, LB145B และ LB133A มีมูลค่าการซื้อขายในแต่ละรุ่นเท่ากับ 14,953.79 ล้านบาท 7,668.00 ล้านบาท และ 2,392.62 ล้านบาท ตามลำดับ ส่วน พันธบัตรรัฐวิสาหกิจและพันธบัตรองค์กรภาครัฐ ปริมาณการซื้อขายสูงสุดสามอันดับแรก คือ พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย รุ่น CB10802A, CB10803A และ CB10816C มูลค่า 68,380.34 ล้านบาท 49,766.69 ล้านบาท และ 20,106.59 ล้านบาท ตามลำดับ
สำหรับ หุ้นกู้ภาคเอกชน ที่มีปริมาณการซื้อขายสูงสุดสามอันดับแรก คือ หุ้นกู้ของบริษัท โกลว์ เอสพีพี (GLOW10DA (A)) มูลค่าการซื้อขาย 223.70 ล้านบาท หุ้นกู้ของธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY113A (AA)) มูลค่าการซื้อขาย 219.83 ล้านบาท และหุ้นกู้ของบริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) (TLT10NB (AAA)) มูลค่าการซื้อขาย 152.57 ล้านบาท ตามลำดับ
การเคลื่อนไหวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล ขยับตัวเพิ่มสูงขึ้นในช่วงตราสารอายุสั้นๆ โดยสามารถสรุปการเคลื่อนไหวของแต่ละช่วงอายุพันธบัตรรัฐบาลได้ดังนี้ คือ พันธบัตรอายุคงเหลือ 16 เดือน อัตราผลตอบแทนปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ระหว่าง บวก 12 ถึงบวก 15 bp. พันธบัตรระยะสั้นอายุ 13 ปี อัตราผลตอบแทนปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ระหว่าง บวก 3 ถึงบวก 8 bp. สำหรับพันธบัตรระยะกลาง 510 ปี อัตราผลตอบแทนปรับตัวขึ้นลงอยู่ระหว่าง ลบ 7 ถึงบวก 1 bp. และระยะยาวมากกว่า 10 ปี อัตราผลตอบแทนปรับตัวลดลงอยู่ระหว่าง ลบ 1 ถึงลบ 3 bp.







