
ไทยพาณิชย์ลุยกองหุ้นกู้5ปี
เปิดขายรอบใหม่ร่วม8พันล้านบาท ชูผลตอบแทนแจ๋วสูงถึง3.4%ต่อปี
โพสต์ทูเดย์
— บลจ.ไทยพาณิชย์ ตอกย้ำผู้นำกองทุนหุ้นกู้เอกชนชั้นดี เดินหน้าส่งกองทุนใหม่อายุ 5 ปี มูลค่ารวม 8,000 ล้านบาท มั่นใจดอกเบี้ยขาขึ้นไม่กระทบ ชูผลตอบแทน 3.40% ต่อปีนางโชติกา สวนานนท์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากกระแสตอบรับการเสนอขายกองทุนที่ลงทุนในหุ้นกู้เอกชนชั้นดีที่บริษัทสามารถขายได้เป็นมูลค่ารวมกว่า 3 หมื่นล้านบาท ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา บริษัทจึงยังออกกองทุนหุ้นกู้อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการนักลงทุน โดยแนวทางในการคัดเลือกตราสารที่ลงทุนจะให้ความสำคัญกับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับลงทุนได้ (Investment Grade) ขึ้นไปเพื่อสร้างความมั่นใจแก่นักลงทุนด้านความมั่นคงของบริษัทผู้ออกตราสาร
นางโชติกา กล่าวว่า ในเร็วๆ นี้ บริษัทยังเตรียมออกกองทุนหุ้นกู้เอกชนรุ่นใหม่ ได้แก่ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ตราสารหนี้ 5Y1 (SCB Fixed Income 5Y1) อายุประมาณ 5 ปี มูลค่า 8,000 ล้านบาท โดยจะเปิดจองครั้งเดียวด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 1 หมื่นบาท ตั้งแต่วันที่ 2229 ก.ค.นี้
กองทุนมีสัดส่วนการลงทุนในหุ้นกู้บริษัทชั้นนำกว่า 98% จำนวน 5 บริษัท ประกอบด้วย ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ได้รับอันดับความน่าเชื่อถือ AA จากฟิทช์ เรทติ้งส์ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (BJC) อันดับเครดิต A+ จากทริส เรทติ้ง บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ (TTA) อันดับความน่าเชื่อถือระดับ A จากฟิทช์ เรทติ้งส์ บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ (QH) อันดับความน่าเชื่อถือระดับ A
– จากทริส เรทติ้ง บริษัท ช.การช่าง (CK) อันดับความน่าเชื่อถือ BBB+ จากทริส เรทติ้ง ส่วนที่เหลือลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล คาดว่ากองทุนจะให้ผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 3.40% ต่อปี โดยจะจ่ายผลตอบแทนทุกๆ 3 เดือนถึงแม้แนวโน้มดอกเบี้ยในประเทศจะมีทิศทางขาขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% จาก 1.25% เป็น 1.50% ต่อปี เชื่อว่าไม่ส่งผลกระทบต่อการขายกองทุน เพราะยังมีนักลงทุนจำนวนมากที่ต้องการล็อกผลตอบแทนที่แน่นอนในระยะยาว โดยกองทุนหุ้นกู้ 5 ปี จะให้ผลตอบแทนรวมโดยผู้ลงทุนไม่ต้องเสียภาษีอยู่ที่ประมาณ 17% หากเทียบกรณีที่อัตราดอกเบี้ยปรับขึ้นสูงถึงเฉลี่ยปีละ 1% จากปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 1 ปี อยู่ที่ 1% ดังนั้นใน 5 ปี ผลตอบแทนรวมจะอยู่ที่ประมาณ 15% หรือประมาณ 12.75% หลังหักภาษีแล้ว
“
เรายังมองเชิงบวกต่อหุ้นกู้เอกชน ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะเมื่อดูแนวโน้มแล้วแม้ดอกเบี้ยจะเป็นขาขึ้น แต่คงไม่ปรับรวดเร็ว จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการได้รับผลตอบแทนที่แน่นอนและยอมรับความเสี่ยงได้ต่ำ” นางโชติกา กล่าว






