posttoday
สองผู้นำธนพิริยะ ต้องรู้จักเปลี่ยนแปลงตัวเอง

สองผู้นำธนพิริยะ ต้องรู้จักเปลี่ยนแปลงตัวเอง

11 พฤศจิกายน 2558

“ธวัชชัย พุฒิพิริยะ” กรรมการผู้จัดการ และ “อมร พุฒิพิริยะ” รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนพิริยะ (TNP) ซึ่งเป็นสามีภรรยาที่ช่วยกันก่อร่างธุรกิจโชห่วยภูธรเชียงรายนี้ขึ้นมานานกว่า 25 ปี จนวันนี้เตรียมนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ในวันที่ 18 พ.ย.ที่จะถึงนี้

“ธวัชชัย พุฒิพิริยะ” กรรมการผู้จัดการ และ “อมร พุฒิพิริยะ” รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนพิริยะ (TNP) ซึ่งเป็นสามีภรรยาที่ช่วยกันก่อร่างธุรกิจโชห่วยภูธรเชียงรายนี้ขึ้นมานานกว่า 25 ปี จนวันนี้เตรียมนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ในวันที่ 18 พ.ย.ที่จะถึงนี้

ธวัชชัยจบคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และอมรที่เดิมเรียนทางด้านเภสัชศาสตร์มา เห็นจุดเด่นร้านค้าสะดวกซื้ออย่างเซเว่นอีเลฟเว่นตอนเข้ามาเรียนกรุงเทพฯ จึงอยากนำแนวคิดนี้ไปทำที่เชียงราย

ช่วงแรกที่เริ่มต้นธุรกิจ ก็เจอรับน้องทั้งเรื่องกีดกันทางการค้าหรือกดราคาและอื่นๆ จนอมรต้องออกจากงานเภสัชกรมาทำงานที่ร้านกับสามี เพราะธุรกิจอยู่ในช่วงที่กำลังเริ่มต้น อยากทำให้สำเร็จ ทั้งคู่ต้องช่วยกันคิด ช่วยกันทำ และทำให้ร้านสามารถอยู่ได้ต่อไปข้างหน้า เพราะตอนนั้นหลายคนจับตาดูว่าคนรุ่นใหม่ที่เรียนจบปริญญาตรีจะลุยกับงานอย่างนี้ได้มากน้อยขนาดไหน

อมร บอกว่า ไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่เดินมาจะเดินกันมาถูกทางหรือเปล่า เราแค่เพียงวันต่อวันให้มันดีที่สุด ตอนนั้นต่างคนต่างทำหน้าที่ของตัวเอง ทั้งแคชเชียร์ ดูหน้าร้าน ทักทายลูกค้า และไกวเปลลูกไปด้วย ขณะที่ธวัชชัยก็ทำหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการงานทุกอย่างดูสต๊อก ขนส่งสินค้า แบกหาม แรกๆ จึงต้องเน้นการขายให้ได้ปริมาณเพื่อให้ธุรกิจสามารถเดินหน้าและมีกำไรอยู่ได้ เปิดร้านตั้งแต่ 06.00-22.00 น. อย่างนี้อยู่ทุกวัน โดยจำได้ถึงวันนี้ 5 ปีแรกได้หยุดปิดร้านแค่เพียงวันเดียว

จากนั้นเริ่มเห็นแนวโน้มแล้วว่า อนาคตร้านขายส่งจะมีโอกาสเติบโตหรือขยายงานได้ยากแล้ว ดังนั้น สิ่งที่บริษัทต้องทำนั้นคือ “การเปลี่ยนแปลงตัวเอง” เพราะการที่ต้องแข่งขันกับโมเดิร์นเทรดเป็นเรื่องที่ยากมาก จนทั้งคู่กลับมามองแล้วว่าต้องสร้างความแตกต่างจากร้านค้าทั่วไป ตั้งแต่การจัดสินค้าให้เป็นหมวดหมู่ในแบบของธนพิริยะให้มีความสะดวกสบาย เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกหยิบเลือกซื้อได้ง่าย และต้องมีการเปลี่ยนแบรนด์จาก ธนพิริยะ ซุปเปอร์มาร์เก็ต เป็น ธนพิริยะ และมีการคิดถึงให้บริษัทนี้มีความยั่งยืนต่อไป

สิ่งต่างๆ ที่ทำให้เขาสองคนประสบความสำเร็จและก้าวขึ้นมาสู่จุดนี้ได้คือ การยอมรับซึ่งกันและกัน การมองอะไรที่ไปข้างหน้า และต้องไม่เอาเปรียบลูกค้า ที่สำคัญคือ ต้องมีการปรับเปลี่ยนตัวเอง ยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น มีการทำโปรโมชั่นเพื่อรักษาฐานลูกค้า นำข้อดีของคู่ค้า เพื่อนร่วมวงการมาปรับเข้ากับสไตล์การทำงาน

นอกจากนั้น สิ่งสำคัญที่จะลืมไม่ได้นั่นคือ การพัฒนาทักษะให้กับพนักงานให้มีแนวคิด พัฒนาฝีมือและมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น เมื่อจะเติบโตเป็นบริษัทที่ยั่งยืนต้องให้พนักงานมีการเติบโตไปด้วยกัน

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี