posttoday
‘เพซ’เดินหน้าลุยอสังหาฯในญี่ปุ่น

‘เพซ’เดินหน้าลุยอสังหาฯในญี่ปุ่น

11 พฤศจิกายน 2558

เพซฯมุ่งพัฒนาอสังหาฯ จุดขายแตกต่าง ปีหน้าลุย 2 โครงการใหม่ไทย-ญี่ปุ่น ตั้งเป้ารายได้ 1 หมื่นล้าน

เพซฯมุ่งพัฒนาอสังหาฯ จุดขายแตกต่าง ปีหน้าลุย 2 โครงการใหม่ไทย-ญี่ปุ่น ตั้งเป้ารายได้ 1 หมื่นล้าน

นายสรพจน์ เตชะไกรศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยถึงแผนธุรกิจในปี 2559 ว่า บริษัทจะเปิดโครงการใหม่ 2 โครงการที่มีจุดขายที่แตกต่าง ได้แก่ โครงการคอนโดมิเนียมย่านถนนนราธิวาสราชนครินทร์ พัฒนาบนที่ดิน 2 ไร่ มูลค่า 3,000 ล้านบาท และมีแผนจะพัฒนาโครงการวิลล่าตากอากาศรูปแบบสกีรีสอร์ท ที่เมืองนิเซโกะ จังหวัดฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาบริษัทได้มีการลงนามความตกลงกับเจ้าของที่ดิน เพื่อศึกษาการพัฒนาที่ดินกว่า 100 ไร่ โดยบริษัทอาจจะพัฒนาที่ดินทั้งหมดหรือเลือกมาส่วนหนึ่ง ซึ่งการลงทุนในญี่ปุ่นบริษัทจะลงทุนเองทั้งหมด โดยใช้กระแสเงินของบริษัท แต่อาจจะมีพันธมิตรในญี่ปุ่นเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง คาดว่าโครงการจะมีความชัดเจนและเปิดขายในปี 2559 ซึึ่งจะเน้นกลุ่มลูกค้าคนไทยที่นิยมการท่องเที่ยวญี่ปุ่น

สำหรับโครงการที่ดำเนินการอยู่ ได้แก่ โครงการมหานคร มียอดขาย 70% จะเริ่มส่งมอบคอนโดมิเนียมได้ในช่วงไตรมาสแรก ปี 2559 ปัจจุบันราคาขายเฉลี่ย 3.5 แสนบาท/ตารางเมตร (ตร.ม.) และมีราคาขายสูงสุดกว่า 4.3 แสนบาท/ตร.ม. คาดว่าหลังจากที่โครงการแล้วเสร็จราคาขายจะปรับขึ้นอีก 10-15% ในส่วนโรงแรมจะเปิดให้บริการในไตรมาส 4/2559

ขณะที่บริเวณชั้นบนสุดของอาคารจะเปิดเป็นจุดชมวิวกรุงเทพฯ และสกายบาร์ คาดว่าจะสามารถรองรับผู้ขึ้นชมได้ 1 หมื่นคน/วัน หรือ 4 ล้านคน/ปี อยู่ระหว่างการพิจารณาเรื่องค่าบริการ ซึ่งจะสร้างรายได้ให้บริษัทได้อีกทางหนึ่ง ส่วนโครงการมหาสมุทร คริสตัล ลากูนได้ก่อสร้างส่วนที่เป็นทะเลเสร็จสมบูรณ์แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างก่อสร้างคันทรี่คลับและวิลล่าจะเปิดขายในช่วงต้นปี 2559 และโครงการนิมิต หลังสวนได้ปิดการขายแล้ว

นายสรพจน์ กล่าวอีกว่า สำหรับการลงทุนธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มแบรนด์ ดีน แอนด์ เดลูก้า บริษัทมีแผนที่จะขยายสาขาใหม่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ล่าสุดได้เปิดสาขาใหม่ในสหรัฐที่ 40 วอลสตรีท นิวยอร์ก ส่วนในกรุงเทพฯ ได้เปิดสาขาแล้ว 5 แห่ง และได้ทดลองเปิดสาขานอกกรุงเทพฯ เป็นครั้งแรกในรูปแบบป๊อปอัพคาเฟ่ที่เขาใหญ่ ซึ่งรูปแบบนี้จะมีการเปิดในพื้นที่อื่นๆ ของเมืองท่องเที่ยวด้วย

“บริษัทตั้งเป้ารับรู้รายได้ปีละ 1 หมื่นล้านบาท/ปี จะเป็นรายได้จากอสังหาริมทรัพย์ 50% และรายได้จากค่าเช่า 50% ที่จะเริ่มรับรู้รายได้ปี 2559 ปัจจุบันมียอดขายที่รอรับรู้รายได้ 1.45 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นยอดขายโครงการมหานคร 9,000 ล้านบาท และส่วนอีก 5,000 ล้านบาท เป็นยอดขายโครงการนิมิต หลังสวน ซึ่งจะเริ่มรับรู้รายได้ในปี 2561 และทำให้ปี 2559 บริษัทจะเริ่มมีกำไรเป็นปีแรก จากปีที่ผ่านมาช่วงสิ้นไตรมาส 2/2558 ขาดทุนอยู่กว่า 904 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท