
กรุงไทยสินเชื่อหดตัวแรงโตต่ำเป้า
กรุงไทยยอมรับปีนี้สินเชื่อต่ำเป้า โตแค่ 2% เผยปีหน้ายังระวังคุณภาพหนี้เหมือนเดิม
กรุงไทยยอมรับปีนี้สินเชื่อต่ำเป้า โตแค่ 2% เผยปีหน้ายังระวังคุณภาพหนี้เหมือนเดิม
นายวรภัค ธันยาวงษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า การปล่อยสินเชื่อปีนี้น่าจะโตต่ำกว่าที่คาดไว้ คือขยายตัวไม่เกิน 2% จากเป้า 4-5% โดยสิ้นไตรมาส 3 สินเชื่อคงค้างเติบโต 1.59% สาเหตุจากเศรษฐกิจในประเทศฟื้นตัวช้า ทำให้ต้องระมัดระวังคุณภาพหนี้
สำหรับปีหน้าธนาคารยังคงระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อ และตั้งเป้าเติบโตเท่ากับการขยายตัวของจีดีพี คือ 3% จากปกติที่ธนาคารจะตั้งเป้าสินเชื่อโต 1.5 เท่าของจีดีพี โดยปีหน้าเศรษฐกิจไทยจะมีแรงขับเคลื่อนจากมาตรการกระตุ้นของภาครัฐ
ทั้งนี้ ปี 2559 สินเชื่อธนาคารจะเติบโตจากสินเชื่อเอสเอ็มอีเป็นสำคัญ หลังจากที่ธนาคารมีระบบคัดกรองสินเชื่อใหม่ ทำให้การพิจารณาอนุมัติรวดเร็วจาก 1 เดือน เหลือ 10 วัน และคุณภาพหนี้ปล่อยใหม่อยู่ในเกณฑ์ดี ประกอบกับรัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นเอสเอ็มอีเพิ่มเติม โดยปีนี้พอร์ตสินเชื่อเอสเอ็มอีขยายตัวได้ราว 25% และปีหน้าคาดว่าจะขยายตัวได้ถึง 30%
ด้านหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) สิ้นปีนี้จะทรงตัวจากไตรมาส 3 ที่มี 4.03% ของสินเชื่อรวม สูงขึ้นจาก 2.96% ในไตรมาส 2 จากหนี้เสียของบริษัท สหวิริยาสตีล อินดัสตรี (SSI) ที่เพิ่มเข้ามากว่า 1 หมื่นล้านบาท และกำลังพิจารณาว่าจำเป็นต้องตั้งสำรองพิเศษเพิ่มเติมหรือไม่ จากปกติสำรองเดือนละ 700 ล้านบาท
นอกจากนี้ ธนาคารอยู่ระหว่างเร่งรัดให้บริษัท เอคิว เอสเตท หรือเดิมคือ บริษัท กฤษดามหานคร ที่ขอบริหารจัดการที่ดินแปลงใหญ่ย่านสุวรรณภูมิกว่า 4,000 ไร่ ที่เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันหนี้กับธนาคารให้ขายที่ดินให้เร็วที่สุด เพราะราคาที่ดินหลักประกันดังกล่าวครอบคลุมมูลหนี้ แต่จะเกิดความชัดเจนได้จะต้องขายที่ดินและนำเงินมาชำระหนี้ให้ธนาคารเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากที่ดินดังกล่าวแปลงใหญ่ ทำเลดี ทำให้ตกลงราคาไม่ได้ แม้จะมีบริษัทให้ความสนใจหลายราย ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยธนาคารหวังจะขายที่ดินออกและนำเงินมาชำระได้เร็วที่สุด แต่คงไม่ทันปีนี้
นายวรภัค กล่าวว่า หากเอคิวชดใช้ค่าเสียหายมูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท ให้ธนาคารเมื่อใด เงินที่ได้มาก็จะคืนกลับมากลายเป็นกำไรของธนาคารทันที เนื่องจากปัจจุบันธนาคารจัดให้สินเชื่อก้อนนี้เป็นเอ็นพีแอลมานานแล้ว และมีการตั้งสำรองหนี้เสียครบ 100% ส่วนสาเหตุที่ธนาคารยังไม่ยึดทรัพย์ลูกหนี้ เนื่องจากทำได้ยาก ต้องผ่านกระบวนการฟ้องร้องตามกฎหมายหลายขั้นตอน
“หากขายที่ชำระหนี้ได้ก็จะช่วยคดีให้ผ่อนหนักเป็นเบาได้ ซึ่งหลักฐานที่หลักประกันครอบคลุมมูลหนี้จริง สามารถนำไปขออุทธรณ์ให้ผู้ต้องหาที่ส่วนใหญ่เป็นอดีตผู้บริหารระดับสูงของธนาคารกรุงไทย” นายวรภัค ระบุ







