
สิทธิลดหย่อนภาษี
โดย...ชัตน์วรี [email protected]
โดย...ชัตน์วรี [email protected]
โค้งสุดท้ายปลายปีเตรียมตัวหาตัวช่วยลดหย่อนภาษี ซึ่งปีนี้กฎเกณฑ์เรื่องภาษีมีการเปลี่ยนแปลงไปบ้าง ต้องศึกษาก่อนเพื่อให้ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีกันได้อย่างคุ้มค่าที่สุด
w เปลี่ยนวิธีคำนวณการลดหย่อนภาษีกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) และประกันบำนาญ จากเดิมที่ใช้คำว่า “เงินได้พึงประเมิน” แต่ปีนี้เป็นต้นไปจะเปลี่ยนเป็น “เงินได้พึงประเมินที่ได้รับซึ่งต้องเสียภาษีเงินได้ในปีนั้น” ทำให้รายได้ที่ไม่เสียภาษี เช่น กำไรจากการขาย LTF แบบถูกเงื่อนไข ไม่สามารถนำมาเป็นฐานเงินได้ เพื่อซื้อ LTF RMF หรือประกันบำนาญ ได้เหมือนในอดีต โดยสามารถนำเฉพาะเงินได้ที่เสียภาษีอย่างเงินเดือน ค่าคอมมิชชั่น เงินโบนัส ฯลฯ มาเป็นฐานเงินได้เพื่อซื้อตัวช่วยลดหย่อนภาษี
w ขยายสิทธิประโยชน์ทางภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับการลงทุนใน LTF ออกไปอีก 3 ปี หรือสิ้นสุดปี 2562 จากเดิมจะสิ้นสุดในปี 2559 นอกจากนี้ยังเปลี่ยนแปลงระยะเวลาในการถือครอง LTFเป็น 7 ปีปฏิทิน (5 ปี 2 วัน) จากเดิม 5 ปีปฏิทิน (3 ปี 2 วัน) ด้วย
w ลดหย่อนภาษีบ้านหลังแรก ผู้ซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียมราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท สามารถนำ 20% ของราคาบ้าน มาหักลดหย่อนภาษีได้ 5 ปี เช่น ซื้อบ้านราคา 3 ล้านบาท สามารถนำ 20% ของราคาบ้าน หรือ 6 แสนบาท มากระจายลดหย่อนภาษี 5 ปี หรือปีละ 1.2 แสนบาทได้ เงื่อนไขสำคัญคือ ต้องไม่เคยเป็นเจ้าของบ้านมาก่อน และมีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์บ้านหรือคอนโดที่ซื้อไม่น้อยกว่า 5 ปี เกณฑ์ลดหย่อนนี้มีผลไปจนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2559
w ค่าใช้จ่ายการท่องเที่ยวมาลดหย่อนภาษี โดยสามารถนำค่าโรงแรมและค่าทัวร์ในไทยมาลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท แต่ต้องมีใบเสร็จรับเงิน หรือใบกำกับภาษีที่ลงวันที่ระหว่างวันที่ 1 ม.ค.-31 ธ.ค. 2558 มาแสดง
w เงินบริจาคให้กับการศึกษาและการกีฬา สามารถนำยอดเงินบริจาคไปลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่าของเงินที่จ่ายจริง แต่ต้องไม่เกิน 10% ของเงินได้ที่หักค่าลดหย่อนอื่นๆ มาแล้ว ยกตัวอย่างเช่น ถ้ารายได้หลังหักค่าลดหย่อนต่างๆ ที่ยังไม่รวมเงินบริจาคเท่ากับ 5 แสนบาท สามารถหักลดหย่อนเงินบริจาคได้ไม่เกิน 5 หมื่นบาท สิทธิลดหย่อนเงินบริจาค 2 เท่านี้จะสิ้นสุดในปี 2558







