
ยื่นขอลงทุนไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มซบเซา
9 วัน ยื่นขอโซลาร์ฟาร์มราชการ 311 ราย กว่า 1,497 เมกะวัตต์ ห่างจากที่คาดไว้อื้อ
9 วัน ยื่นขอโซลาร์ฟาร์มราชการ 311 ราย กว่า 1,497 เมกะวัตต์ ห่างจากที่คาดไว้อื้อ
นายวีระพล จิรประดิษฐกุล กรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรกูเลเตอร์) เปิดเผยความคืบหน้าโครงการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน (โซลาร์ฟาร์ม) ของหน่วยราชการและสหกรณ์การเกษตรเฟสแรก 600 เมกะวัตต์ ว่า ตั้งแต่วันที่ 1-9 พ.ย. 2558 มีผู้สนใจมายื่นโครงการ 311 ราย คิดเป็นจำนวน 1,497 เมกะวัตต์ เกินกว่าเป้าหมายที่รับซื้อไว้ หลังจากนี้จะต้องพิจารณาคุณสมบัติว่าถูกต้องตามที่กำหนดไว้หรือไม่
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาจากตัวเลขที่เคยคาดการณ์ว่าจะมีผู้สนใจมายื่นโครงการ 1,000 ราย มีกำลังการผลิต 5,000 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นการประเมินจากจำนวนผู้มายื่นสูงสุด แต่เท่าที่ได้รับรายงานโครงการที่จะมายื่นเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าจะต้องได้รับการยืนยันจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ในเรื่องความพร้อมของระบบสายส่งไฟฟ้าที่จะมารองรับ หากพบว่าไม่มีสายส่งไฟฟ้าในพื้นที่ตั้งโซลาร์ฟาร์ม ก็ไม่สามารถมายื่นโครงการได้ เพราะไม่ผ่านคุณสมบัติ
ทั้งนี้ ในช่วง 8 วันแรก (1-8 พ.ย.) มีผู้มายื่นแล้ว 251 ราย กำลังการผลิต 1,197 เมกะวัตต์ และวันที่ 9 พ.ย. มีผู้มายื่นอีก 60 ราย กำลังการผลิต 300 เมกะวัตต์ ต้องลุ้นว่าในวันสุดท้าย (10 พ.ย.) จะมีผู้สนใจเพิ่มขึ้นมากน้อยแค่ไหน
สำหรับขั้นตอนการดำเนินการ หลังจากปิดรับสมัครไปในวันที่ 10 พ.ย.นี้ จะมีการพิจารณาคุณสมบัติของผู้ที่ยื่นโครงการ และจะประกาศรายชื่อผู้ที่ผ่านคุณสมบัติในวันที่ 11 ธ.ค. 2558 ก่อนเข้าสู่กระบวนการจับสลากเพื่อรับสิทธิในวันที่ 15 ธ.ค.นี้ โดยจะพิจารณารับซื้อไฟฟ้าจากเขตพื้นที่ที่มีศักยภาพของระบบไฟฟ้า และมีกำหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ตามที่ได้กำหนดไว้ในวันที่ 30 ก.ย. 2558
นอกจากนี้ จะพิจารณาความพร้อมของเงินลงทุน ในขณะที่การพิจารณาคัดเลือกโครงการ จะใช้วิธีจับสลากเพื่อเรียงลำดับหมายเลขของหน่วยงานที่มาเสนอโครงการในแต่ละพื้นที่
ทั้งนี้ เป้าหมายการรับซื้อไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์ม 600 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นเขตพื้นที่ กฟน. 200 เมกะวัตต์ อีก 400 เมกะวัตต์ รับผิดชอบโดย กฟภ. ประกอบไปด้วยภาคกลาง 138 เมกะวัตต์ ภาคเหนือ 5 เมกะวัตต์ ภาคตะวันตก 159 เมกะวัตต์ ภาคตะวันออก 87 เมกะวัตต์ และกองทัพเรือสัตหีบ 11 เมกะวัตต์







