
RMFทหารไทยพร้อมรับPVD
บลจ.ทหารไทย โชว์ความพร้อมรับเงินโอนจากสำรองเลี้ยงชีพ ตั้งแต่วันแรกที่ พ.ร.บ.ใหม่มีผล
บลจ.ทหารไทย โชว์ความพร้อมรับเงินโอนจากสำรองเลี้ยงชีพ ตั้งแต่วันแรกที่ พ.ร.บ.ใหม่มีผล
นายไพศาล ครุฑดำรงชัยรองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทหารไทย เปิดเผยว่า บลจ.ทหารไทย มีระบบรองรับเงินจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) ที่ต้องการโอนมาที่กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) เพื่อการออมต่อเนื่องไปจนถึงอายุ 55 ปี ซึ่งเป็น บลจ.เพียงแห่งเดียวที่สามารถทำได้ในขณะนี้
ทั้งนี้ พ.ร.บ.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2558 ที่เพิ่มทางเลือกให้สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่ออกจากงาน กองทุนเลิก และอยู่ระหว่างขอคงเงินและรับเงินเป็นงวดให้สามารถขอโอนเงินทั้งจำนวนไปยัง RMF ได้ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 9 พ.ย. 2558
“ถ้าออกจากงานแล้วเลือกรับเงินก้อนจากกองทุนจะต้องเสียภาษี หรือถ้าขอคงเงินไว้ที่กองทุนจะมีค่าธรรมเนียมปีละ 500 บาท และมักจะคงเงินไว้ในนโยบายลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ ทำให้ได้ผลตอบแทนต่ำไปด้วย นอกจากนี้ยังไม่มีความสะดวกในการเปลี่ยนนโยบาย ในขณะที่การโอนย้ายไป RMF จะเพิ่มโอกาสการลงทุนให้มากขึ้น” นายไพศาล กล่าว
นอกจากนี้ นายไพศาล กล่าวว่า เงินจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพสามารถโอนเข้ามาลงทุนใน RMF ของ บลจ.ทหารไทย กองทุนใดก็ได้ใน 13 กองทุนที่มีอยู่ และหลังจากนั้นสามารถกระจายเงินหรือปรับสัดส่วนการลงทุนได้เช่นเดียวกับการลงใน RMF ปกติ
“แต่เงินสำรองเลี้ยงชีพที่โอนมาจะต้องเปิดเป็นบัญชีย่อย เพื่อแยกเงินออกจากการลงทุน RMF ปกติ เพราะเงื่อนไขทางภาษีแตกต่างกัน” นายไพศาล กล่าว
ข้อมูลเมื่อวันที่ 4 ส.ค. 2558 มีสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพขอคงเงินไว้ 8,255 คน จำนวนเงิน 1.32 แสนล้านบาท
นายสมจินต์ ศรไพศาล กรรมการผู้จัดการ บลจ.ทหารไทย กล่าวว่า การย้ายเงินจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมายัง RMF น่าจะค่อยเป็นค่อยไปเพราะเป็นเรื่องใหม่ และไม่มีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมจัดการกองทุน เพราะเม็ดเงินยังอยู่ในระบบเช่นเดิม แต่เป็นการแก้ปัญหาให้คนที่ลาออกจากงานและต้องการออมต่อเนื่อง
นอกจากนี้ นายสมจินต์ ยังกล่าวถึงธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ของ บลจ.ทหารไทย ว่า มีเป้าหมายที่จะเพิ่มสินทรัพย์สุทธิเป็น 3 หมื่นล้านบาท ภายใน 3 ปีนับจากนี้ จากปัจจุบันที่มีอยู่ 1.6 หมื่นล้านบาท เพราะเชื่อว่ายังมีศักยภาพที่จะเติบโตได้อีกมาก โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าบริษัทเอกชน
“ระบบของเราเปิดให้สมาชิกเลือกแผนลงทุนที่สอดคล้องกับตัวเอง โดยสามารถปรับนโยบายลงทุนได้ทุกวัน ซึ่งเป็นการแบ่งเบาภาระให้คณะกรรมการกองทุนและอำนวยความสะดวกให้ฝ่ายทรัพยากรบุคคลในการจัดการงานเอกสาร จึงหวังว่าจะได้รับความสนใจจากลูกค้าในวงกว้าง” นายสมจินต์ กล่าว







