posttoday
แอดวานซ์เว็บเซอร์วิส เพิ่มช่องขายหวังขึ้นแชมป์

แอดวานซ์เว็บเซอร์วิส เพิ่มช่องขายหวังขึ้นแชมป์

10 พฤศจิกายน 2558

โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

ภาพรวมอุตสาหกรรมการเติมเงินแบบตู้และระบบออนไลน์ที่มีมูลค่าปีละกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท มีแนวโน้มว่าปีหน้าจะโตขึ้นอีกไม่ต่ำกว่า 10% จากปัจจัยการใช้งานสมาร์ทโฟนและดาต้าที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้การใช้จ่ายผ่านตู้ออนไลน์และแอพพลิเคชั่นสะดวกและตอบโจทย์มากขึ้น ส่งผลให้คู่แข่งในอุตสาหกรรมนี้ ที่มีอยู่ในตลาดประมาณ 4-5 ราย เช่น บุญเติม ซิงเกอร์ เอดีทีออนไลน์ กะปุกท็อปอัพ และเอเจดี ต้องเร่งมือสร้างเครือข่ายและรายได้จากโอกาสนี้ให้สูงขึ้น

ธนัญชัย สมุหวิญญู กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอดวานซ์ เว็บ เซอร์วิส ผู้นำบริการธุรกรรมออนไลน์ ผู้ผลิตและจำหน่ายตู้เติมเงินกะปุก หรือกะปุกท็อปอัพ เปิดเผยว่า รายใหญ่ในตลาดตู้เติมเงินมีส่วนแบ่งกว่า 60% ส่วนกะปุกท็อปอัพมี 11% ซึ่งบริษัทมองว่าการใช้งานสมาร์ทโฟนและออนไลน์ที่เพิ่มขึ้น จะส่งเสริมให้บริษัทมีรายได้มากขึ้น โดยในปีหน้าบริษัทตั้งเป้าว่าจะสามารถแย่งส่วนแบ่งจากเจ้าตลาดได้เพิ่มขึ้น คาดจะมีรายได้ในกลุ่มธุรกิจตู้เติมเงินเป็น 15%

“ก่อนหน้านี้ บริษัททำตลาดแบบออนไลน์ผ่านโซเชียลมีเดียมาตลอด ซึ่งรายได้ปัจจุบันอยู่ที่ 600 กว่าล้านบาท คาดว่าสิ้นปีนี้น่าจะทำได้ตามเป้าคือ 700 ล้านบาท โดยใช้ 2 รูปแบบธุรกิจ คือ 1.ขยายตัวแทนจำหน่ายจากรายเดียวให้เป็น 30 จังหวัดทั่วประเทศ และตัวแทนเหล่านี้ หากมีการโปรโมทหรือทำตลาดใดๆ สามารถยื่นของบจากทางบริษัทได้ และ 2.ปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำแฟรนไชส์ใหม่ คือ เปลี่ยนจากการขายขาดมาเป็นขายร่วมกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นรูปแบบธุรกิจแบบโตไปด้วยกัน เปิดโอกาสให้ผู้ที่มีเงินลงทุนไม่สูงมากสามารถเข้ามาลงทุนในธุรกิจนี้เพื่อหารายได้พิเศษได้ คาดว่าสิ้นปีนี้จะมีจำนวนตู้ 4,000 ตู้ ยอดเงินในระบบสะพัดกว่า 500 ล้านบาท” ธนัญชัย กล่าว

ทั้งนี้ สัดส่วนรายได้จากธุรกิจต่างๆ ที่วางไว้มาจากสยามท็อปอัพ 49% หรือประมาณ 700 ล้านบาท ตู้เติมเงินกะปุก 33% หรือ 500 ล้านบาท ระบบเติมเงินสำหรับเชื่อมต่อตู้เติมเงินของผู้ผลิต
รายอื่น 17% หรือ 250 ล้านบาท รวมเป็น 1,450 ล้านบาท และที่เหลือมาจากธุรกิจซอฟต์แวร์และระบบขายตั๋วออนไลน์ ซึ่งภาพรวมธุรกิจทั้งหมดได้ตั้งเป้ารายได้รวมสิ้นปีนี้ไว้ที่ 1,600 ล้านบาท บริษัทจะมีรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 30% จากปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ด้านผู้เล่นรายอื่นๆ ในตลาดนั้นต่างก็งัดกลยุทธ์ออกมาแย่งส่วนแบ่งไม่แพ้กัน อย่างเช่น เอเจดี หรือที่รู้จักในนามสินค้ากลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์เอเจ ก็ได้ดึงตัวอดีตผู้บริหารตู้เติมเงินของซิงเกอร์เข้ามาเสริมทัพ เพื่อทำตลาดอย่างเต็มตัวเป็นการเพิ่มความแข็งแรงของกลุ่มลูกค้าเดิม โดยได้ตั้งเป้ายอดขายปีนี้ไว้ที่ 2 หมื่นตู้ และคาดว่าในปี 2559 จะเป็นเบอร์หนึ่งของอุตสาหกรรมนี้

ทางด้านของเจ้าตลาดอย่างตู้บุญเติม ก็ยังมั่นใจว่าจะสามารถยึดหัวหาดเป็นอันดับ 1 ในอุตสาหกรรมนี้ได้เช่นเดิม และมีการร่วมมือกับพาร์ตเนอร์บ้างแล้ว

สมชัย สูงสว่าง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส กล่าวว่า ปัจจุบันจำนวนตู้เติมเงินทั้งแบบอะนาล็อกและออนไลน์รวมทั้งหมดในตลาดคาดว่าจะอยู่ที่ 2 แสนตู้ ซึ่งบุญเติมมีอยู่ที่ 6.2 หมื่นตู้แล้ว

“บริษัทมีการร่วมมือกับทางเอไอเอส ปั๊มน้ำมันพีทีและสาขาของศรีสวัสดิ์ ในการติดตั้งตู้เติมเงินเพิ่มในจุดให้บริการต่างๆ เชื่อว่าจะมีโอกาสเติบโตได้ตามเป้าที่ี่่วางไว้” สมชัย  กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท