
แรงซื้อ LTF หนุน SET Index ปลายปี
สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยมีการฟื้นตัวขึ้นมาเกือบ 1% โดยเป็นการฟื้นหลังจากที่สัปดาห์ก่อนหน้าปรับลงไปหนักกว่า 1.54% จะเห็นได้ว่าตลาดค่อนข้างสลับไปมาพอสมควร ซึ่งอาจเป็นเพราะตลาดยังขาดปัจจัยที่มากำหนดทิศทางอย่างชัดเจน จะให้ขึ้นก็ขึ้นยากเพราะติดเรื่อง Valuation ของตลาดที่ยังแพงอยู่ แต่จะให้ลงหนักก็หาคนขายไม่เจอเพราะต่อให้นักลงทุนต่างชาติอยากขายก็เหลือของให้ขายอีกไม่มาก
สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยมีการฟื้นตัวขึ้นมาเกือบ 1% โดยเป็นการฟื้นหลังจากที่สัปดาห์ก่อนหน้าปรับลงไปหนักกว่า 1.54% จะเห็นได้ว่าตลาดค่อนข้างสลับไปมาพอสมควร ซึ่งอาจเป็นเพราะตลาดยังขาดปัจจัยที่มากำหนดทิศทางอย่างชัดเจน จะให้ขึ้นก็ขึ้นยากเพราะติดเรื่อง Valuation ของตลาดที่ยังแพงอยู่ แต่จะให้ลงหนักก็หาคนขายไม่เจอเพราะต่อให้นักลงทุนต่างชาติอยากขายก็เหลือของให้ขายอีกไม่มาก
ในขณะที่ตลาดกำลังมีแรงซื้อใหม่ๆ โดยเฉพาะแรงซื้อ LTF ในช่วงปลายปี ซึ่งตอนนี้ก็เริ่มเห็นสัญญาณที่ LTF กำลังเริ่มเข้ามาบ้างแล้ว ดูได้จากการเข้าซื้อสุทธิของสถาบันในประเทศในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ด้วยยอดสะสมกว่า 2,800 ล้านบาท
ในทุกๆ ปลายปี SET Index น่าจะมีแรงหนุนจากแรงซื้อ LTF ของนักลงทุนในประเทศ เพื่อนำมาใช้หักลดหย่อนภาษี ซึ่งแรงซื้อLTF มักจะมาในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปี โดยเฉพาะในเดือน ธ.ค. จากสถิติในอดีตตั้งแต่ปี 2547–2557 พบว่าจะมีเม็ดเงิน LTF เข้ามาในช่วง พ.ย. เฉลี่ยกว่า 4,000 ล้านบาท คิดเป็น 13% ของยอดซื้อ LTF ทั้งปี และเดือน ธ.ค. เฉลี่ยกว่า 1.4 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 46.30% ของยอดซื้อ LTF ทั้งปี
แรงซื้อ LTF ในช่วง พ.ย.–ธ.ค. จะสอดคล้องกับการซื้อสุทธิของนักลงทุนสถาบันในประเทศ ที่มักจะมีการเข้าซื้อในช่วงเวลาดังกล่าวเช่นกัน จากสถิติ 11 ปีย้อนหลัง นักลงทุนสถาบันในประเทศจะซื้อสุทธิในเดือน พ.ย. 10 จาก 11 ปี หรือคิดเป็นความน่าจะเป็นที่สูงถึง 91% และจะซื้อต่อเนื่องในเดือน ธ.ค. 8 จาก 11 ปี หรือคิดเป็นความน่าจะเป็น 72% ซึ่งเป็นผลทำให้ SET Index สามารถที่จะปรับเพิ่มขึ้นในช่วงเดือน พ.ย. 7 จากใน 11 ปี คิดเป็น 63.60%
โดยให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 11 ปี ที่ -0.29% แต่ถ้าเอาเฉพาะเฉลี่ย 7 ปี ที่ SET ปรับเพิ่มขึ้นจะได้ 2.02% และดัชนีสามารถที่จะขึ้นในเดือน ธ.ค. 8 จาก 11 ปี คิดเป็น 72.70% ผลตอบแทนเฉลี่ย 11 ปี สูงถึง 1.83% แต่ถ้าเอาเฉพาะปีที่ SET ปรับเพิ่มขึ้นจะได้ค่าเฉลี่ย 4.93%
จากข้อมูลย้อนหลัง 11 ปี จะพบว่าแรงซื้อ LTF มักจะมีการปรับเพิ่มในอัตราที่ใกล้เคียงกันทุกปี เมื่อคำนวณแนวโน้มการเข้าซื้อ LTF จากสมการถดถอยด้วยข้อมูลย้อนหลัง 11 ปี จะประมาณแรงซื้อ LTF ในปี 2558 ได้ที่ 59,103 ล้านบาท (ค่า R-Square สูงถึง 0.97) มากกว่าปี 2557 ที่ 56,283 ล้านบาท ราว 5% ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงพอสมควร หากไปดูที่การซื้อ LTF ในช่วง ม.ค.–ก.ค. 2558 มียอดสูงถึง 1.65 หมื่นล้านบาท มากกว่าช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อนกว่า 87% (ม.ค.–ก.ค. 2556 มียอดซื้อรวมเพียง 8,780 ล้านบาท)
จากการประมาณยอดซื้อ LTF ในปี 2558 ที่ 5.9 หมื่นล้านบาท หากในเดือน พ.ย. และ ธ.ค. ปีนี้มีแรงซื้อในสัดส่วนใกล้เคียงค่าเฉลี่ยของทุกปี ก็เป็นไปได้ว่าอาจได้เห็นเม็ดเงินมากกว่า 7,700 ล้านบาทในเดือน พ.ย. และ 2.7 หมื่นล้านบาทใน ธ.ค.นี้
กลุ่มอุตสาหกรรมที่มักจะมีการปรับเพิ่มขึ้นในช่วงเดือน พ.ย.–ธ.ค. ตลอด 11 ปีที่ผ่านมา จะเป็นกลุ่มเกษตร อาหาร วัสดุก่อสร้าง พลังงาน ค้าปลีก โรงพยาบาล ชิ้นส่วนฯ







