posttoday
ไบค์เซ็นเจอร์ ก้าวสู่กรีนโลจิสติกส์

ไบค์เซ็นเจอร์ ก้าวสู่กรีนโลจิสติกส์

09 พฤศจิกายน 2558

โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน

โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน

หนึ่งในธุรกิจที่คิดแตกต่างและสร้างบริการขนส่งแบบกรีน โลจิสติกส์ ด้วยการใช้จักรยานมาเป็นพาหนะในการขนส่งพัสดุกับไบค์เซ็นเจอร์ รายแรกและรายเดียวในไทยที่ก่อกำเนิดธุรกิจมาเป็นเวลากว่า 5 ปี และกำลังสยายปีกไปสู่ธุรกิจใหม่ที่จะเป็นจุดพลิกตลาดจักรยานและจักรยานยนต์ในประเทศไทยได้ทั้งหมด

“มนตรี ฉันทะยิ่งยง” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไบค์เซ็นเจอร์ เปิดเผยว่า ธุรกิจไบค์เซ็นเจอร์ (BikeXenger) กำลังก้าวสู่ปีที่ 5 ของธุรกิจที่ให้บริการส่งพัสดุใน กทม. ด้วยรถจักรยาน โดยมีฐานลูกค้าหลักเป็นบริษัทเอกชน บริษัทออกแบบและดีไซน์ รวมถึงลูกค้ากลุ่มธุรกิจอาหารที่นิยมใช้บริการส่งพัสดุด้วยจักรยาน

จุดเด่นสำคัญที่ทำให้ลูกค้าเชื่อมั่นและชื่นชอบในการใช้บริการมาจากการให้บริการที่รวดเร็ว มีความคล่องตัวสูง เหมาะกับ กทม. ที่มีสภาพปัญหาการจราจรและรถติดหนัก รวมทั้งให้บริการด้วยความซื่อสัตย์ ประกอบกับสามารถจัดการทำธุรกรรมต่างๆ ให้แก่ลูกค้าได้อย่างแม่นยำ ทั้งเอกสารงานราชการและงานภาคเอกชน ทำให้ลูกค้ารู้จักและบอกต่อเนื่อง รวมถึงรู้จักผ่านเว็บไซต์ www.facebook.com/BikeXenger โดยลูกค้าส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ กทม.ชั้นกลางและในย่านธุรกิจแถวสุขุมวิท รวมถึงสาทร

“จุดเริ่มต้นทำธุรกิจมาจากการชอบปั่นจักรยาน และรวมกลุ่มกับเพื่อนทำโครงการปั่นจักรยานส่งสินค้าต่างๆ เน้นทำเพื่อสังคม และส่งโครงการเข้าประกวดจนได้รับรางวัล จึงเป็นสิ่งที่จุดประกายให้เกิดแนวคิดทำอย่างจริงจัง และเริ่มก่อสร้างเป็นบริษัท เงินลงทุนมาจากเงินทุนส่วนตัวในระดับ 2-3 แสนบาท จากก่อนหน้านี้ทำงานเป็นวิศวกร และค่อยๆ ขยายธุรกิจต่อเนื่อง ซึ่งไม่ได้มาจากการกู้เงินมาลงทุน” มนตรี กล่าว

อีกสิ่งสำคัญคือ การเป็นธุรกิจบลูโอเชี่ยน ทำเพื่อสิ่งแวดล้อมและเป็นผลดีให้สังคมได้ประโยชน์ เพราะจักรยานเป็นพาหนะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งมุ่งการให้บริการอย่างดี เชื่อมั่นว่าในระยะต่อไปความต้องการใช้บริการของลูกค้าจะมีมากขึ้นตามการเติบโตของสังคมเมืองที่ความนิยมใช้จักรยานสูงขึ้น และการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุที่ต้องการใช้บริการด้านต่างๆ ในการทำธุรกรรมต่างๆ และบริการส่งสินค้าจะมีมากขึ้น

“มนตรี” กล่าวต่อว่า ในปี 2558 เศรษฐกิจไทยอยู่ในภาวะชะลอตัวลง มีผลกระทบต่อบริษัทพอสมควรที่ลูกค้าลดลง ทำให้ต้องปรับตัว มีการลดพนักงานประจำลง และใช้พนักงานแบบพาร์ตไทม์มากขึ้น เพื่อดูแลต้นทุนในองค์กร พร้อมกับวางแผนจะขยายธุรกิจใหม่ให้มากขึ้นในปี 2559 เพราะเชื่อว่าเศรษฐกิจจะกลับมาเติบโตดีอย่างแน่นอน

“สิ่งที่ยากสุดสำหรับธุรกิจคือ การรักษาธุรกิจเมสเซนเจอร์ด้วยจักรยานไว้ให้คงอยู่ต่อไป ในภาวะที่มีหลายปัจจัยกระทบ แต่เชื่อว่าธุรกิจบริการจะเป็นที่ต้องการในตลาดมากยิ่งขึ้นในระยะต่อไป” มนตรี กล่าว

ขณะที่แผนขยายธุรกิจในปี 2559 สนใจขยายธุรกิจใหม่ที่เกี่ยวข้องกับจักรยาน ทั้งการจัดทริปท่องเที่ยวทางจักรยาน เพราะเป็นสิ่งที่มีความถนัดและเชี่ยวชาญอยู่แล้ว

พร้อมกันนี้กำลังทำจักรยานไฟฟ้าที่ใช้แบตเตอรี่ โดยเขาได้ออกแบบเองทั้งหมดและได้สร้างสำเร็จแล้ว โดยเป็นจักรยานไฟฟ้าที่ใช้ความเร็วประมาณ 60 กิโลเมตร/ชั่วโมง และออกแบบให้เหมาะกับผู้ที่ต้องการใช้งานจักรยานอย่างแท้จริง รวมทั้งสอดคล้องกับการใช้งานในเมือง เชื่อมั่นว่าจักรยานนี้ลูกค้าจะต้องชื่นชอบอย่างแน่นอน โดยจะใช้แบรนด์ทำตลาดว่า “ไบค์เซ็นเจอร์” ราคาที่วางไว้ประมาณ 3 หมื่นบาท และจะจับทำตามยอดคำสั่งผลิตของลูกค้า (ออร์เดอร์)

“ที่ผ่านมาคนที่ออกแบบจักรยานไม่ได้เป็นผู้ใช้จักรยานอย่างแท้จริง แต่ผมเป็นผู้ใช้จักรยานในทุกวัน จึงรู้ว่าควรต้องออกแบบจักรยานในรูปแบบใดให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้ใช้มากที่สุด โดยจักรยานไฟฟ้าได้เริ่มทดลองใช้งานแล้ว คาดว่าจะเริ่มทำตลาดอย่างเป็นทางการในปี 2559 และในอนาคตตลาดจักรยานยนต์ในประเทศไทยอาจจะถึงจุดเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ที่จักรยานไฟฟ้าจะเข้ามาแทนที่จักรยานยนต์ได้” มนตรี กล่าว

สำหรับผลการดำเนินงานที่ผ่านมาเติบโตอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าในปี 2558 นี้ จะเติบโต 5% จากปีก่อน และเชื่อมั่นว่าในปีต่อๆ ไปธุรกิจมีการเติบโตเพิ่มมากขึ้นพร้อมกับการขยายธุรกิจใหม่อย่างแข็งแกร่ง

ธุรกิจ “ไบค์เซ็นเจอร์” สามารถปรับธุรกิจให้ขยายตัวได้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจในประเทศ และเชื่อมั่นว่าธุรกิจสีเขียวนี้จะขยายตัวตามตลาดบริการที่ความต้องการใช้บริการจะมีอีกมากอย่างแน่นอน

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี