
ปากซอย
เมียนมาจะเดินหน้าไปทางไหนหลังเลือกตั้ง เป็นคำถามที่ผู้ที่คลุกคลีกับตลาดเมียนมาถูกถามอยู่บ่อยๆ ช่วงนี้
โดย...สมหทัย โมสิกะ
เมียนมาจะเดินหน้าไปทางไหนหลังเลือกตั้ง เป็นคำถามที่ผู้ที่คลุกคลีกับตลาดเมียนมาถูกถามอยู่บ่อยๆ ช่วงนี้
คำตอบหนึ่งที่ผู้เขียนชอบคือมุมมองของ คุณปณิธานปวโรฬารวิทยา ประธานสภาธุรกิจไทย-เมียนมา ที่เปรียบเทียบให้เห็นอนาคตของเมียนมาชัดเจน แม้ไม่ได้บอกออกมาตรงๆ ก็ตาม
คุณปณิธาน เปรียบอนาคตของเมียนมาในช่วง 5 ปี จากนี้ว่า เหมือนการนั่งรถไปปากซอย มีให้เลือกว่าจะนั่งมอเตอร์ไซค์ หรือสามล้อออกไป แต่ไม่ว่าจะเลือกพาหนะไหน ปลายทางก็คือปากซอยอยู่ดี ยกเว้นกรณีมีรถอื่นมาปาดหน้า ก็ค่อยว่ากันอีกที
พอเห็นภาพกันไหมคะว่า อนาคตเมียนมาจากนี้จะเป็นอย่างไรกันบ้าง?
หากไม่มีอะไรมาปาดหน้า การเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกของเมียนมาในรอบ 25 ปีครั้งงนี้ ก็จะทำให้เมียนมาเคาะหน้าตารัฐบาลชุดใหม่ที่จะมาบริหารประเทศได้ภายในไตรมาสแรกของปี 2559
ไม่ว่าฝ่ายไหนจะมาบริหารประเทศในช่วงต่อไป การปฏิรูปประเทศก็จะต้องเดินหน้าต่อ
ส่วนของการลงทุนนั้น หน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญก็คือ คณะกรรมาธิการการลงทุนแห่งเมียนมา (Myanmar Investment Commission : MIC) ซึ่งหลังมีรัฐบาลชุดใหม่แล้ว ก็จะมีการคัดเลือกตัวสมาชิกใหม่ รวมถึงคนที่จะมานั่งเป็นประธานของเอ็มไอซีด้วย
ภารกิจแรกที่เอ็มไอซีชุดใหม่จะต้องเร่งเดินหน้าก็คือ การออกกฎหมายการลงทุนเมียนมาฉบับใหม่ และปรับแก้ไขกฎหมายบริษัทเมียนมา ซึ่งคาดว่าจะเสร็จเรียบร้อยภายในปี 2559 จากเดิมที่เอ็มไอซีคาดว่าจะสามารถออกกฎหมายได้ภายในปีนี้
โดยเลขาธิการของเอ็มไอซีคนปัจจุบันมั่นใจว่า กฎหมายใหม่จะดีกว่ากฎหมายการลงทุนต่างชาติฉบับปัจจุบันอย่างแน่นอน
สำหรับเป้าหมายการลงทุนโดยตรงของต่างชาติในเมียนมานั้น คาดว่าจะมียอดรวมต่อปีประมาณ 6,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ไปจนถึงปี 2563 และจะขยับขึ้นเป็น 8,000 ล้านเหรียญสหรัฐ/ปี ไปจนถึงปี 2568 และจะอยู่ที่ 1.1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ/ปี ในช่วงปี 2569-2573
ฟังคุณปณิธานบอกว่า ตอนนี้เมียนมากำลังไปปากซอย ผู้เขียนก็อยากฝากให้คิดกันต่อค่ะ ว่าถ้านักลงทุนไทยเป็นผู้โดยสาร ที่ตอนนี้มีคนอีกจำนวนมากต้องการขอไปปากซอยกับเมียนมาเหมือนกัน แต่ด้วยที่นั่งจำกัด เราต้องคิดแล้วค่ะ ว่าจะทำอย่างไรให้เขายอมเลือก “เรา” นั่งไปปากซอยด้วยกัน







