
ชงนายกฯตัดสินชะตาไอแบงก์ จะอยู่ต่อหรือเลิกกิจการ
โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง
โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง
ในขณะที่คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) หรือ ซูเปอร์บอร์ด มอบหมายให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำกับและดูแลธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ (แบงก์รัฐ) เพิ่มขึ้นอีกงานหนึ่ง แต่คำสั่งนี้ไม่มีผลย้อนหลังทำให้แบงก์รัฐบางแห่งที่ประสบปัญหาและอยู่ในระหว่างการกำกับและฟื้นฟูกิจการยังคงต้องแก้ไขปัญหาของธนาคารด้วยตัวเองต่อไป
ชาญวิทย์ นาคบุรี ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนรัฐวิสาหกิจ และโฆษกสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า ในวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานการประชุมซูเปอร์บอร์ด โดยมีวาระสำคัญคือการพิจารณาการแก้ไขฐานะของธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) ว่าเป็นไปตามแผนฟื้นฟูหรือไม่ ซึ่งไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เนื่องจากเป็นเรื่องละเอียดอ่อน
นอกจากนี้ ซูเปอร์บอร์ดยังมีการติดตามแผนฟื้นฟูของรัฐวิสาหกิจอีก 6 แห่ง ว่ามีการดำเนินได้ตามแผนที่วางไว้หรือไม่ ประกอบด้วย บริษัท การบินไทย บริษัททีโอที บริษัท กสท โทรคมนาคม การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์)
แหล่งข่าวไอแบงก์ เปิดเผยว่า ธนาคารได้รายงานการดำเนินการตามแผนฟื้นฟูให้ สคร. ในฐานะเลขานุการซูเปอร์บอร์ดรับทราบแล้ว โดยมีเพียงการดำเนินการปิดสาขาที่ไม่จำเป็นเพื่อลดค่าใช้จ่ายเท่านั้นที่ทำได้ตามแผนฟื้นฟูกำหนดไว้
สำหรับการดำเนินการด้านอื่นๆ ไม่สามารถทำได้ตามที่กำหนดไว้ในแผนฟื้นฟู ทั้งการหาเงินฝากต่ำกว่าเป้าหมาย การปล่อยสินเชื่อไม่ได้ จึงทำให้สินเชื่อสะสมของธนาคารอยู่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท การแก้ไขหนี้เสียซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วนของธนาคารทำได้ต่ำกว่าเป้าหมาย ส่งผลให้หนี้เสียของธนาคารยังมียอดคงค้างสูงกว่า 4 หมื่นล้านบาท หรือ 48-50% ของหนี้ที่เหลืออยู่
ขณะที่การแยกหนี้ดีและหนี้เสียก็ยังไม่คืบหน้า แม้ว่าจะมีการจ้างที่ปรึกษาการเงินถึง 2 แห่ง กับที่ปรึกษากฎหมายอีก 1 แห่ง มาดำเนินการเรื่องนี้ ทำให้จะต้องมีการจ้างที่ปรึกษาการเงินอีก 1 แห่ง เพื่อมาเร่งทำให้เรื่องนี้ดำเนินการให้ได้เร็วที่สุด เพราะหากแยกหนี้ดีและหนี้เสียออกจากกันไม่ได้ การหาพันธมิตรใหม่ ก็จะไม่สามารถทำได้อย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
นอกจากนี้ ผลการดำเนินงานของไอแบงก์ล่าสุดเดือน ต.ค. 2558 ยังมีปัญหาขาดทุนอยู่ 20 ล้านบาท จากการปล่อยสินเชื่อใหม่ไม่ได้ มีหนี้เสียเพิ่มขึ้นทำให้ต้องตั้งสำรอง ส่งผลให้การดำเนินงานของธนาคารยังขาดทุน หลังจากที่ขาดทุนอย่างหนักมาก จนต้องตัดสินทรัพย์และบีบลดต้นทุนเพื่อให้ธนาคารยังดำเนินกิจการต่อไปได้
แหล่งข่าวกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้มีนักลงทุนต่างประเทศสนใจเข้ามาถือหุ้นใหญ่ไอแบงก์แทนกระทรวงการคลัง ซึ่งมีการติดต่อเข้ามาจากสถาบันการเงินในตะวันออกกลางหลายแห่ง
อย่างไรก็ดี หากฐานะของแบงก์ยังเป็นอย่างนี้อยู่ จะทำให้การหาพันธมิตรไม่คืบหน้า จึงต้องให้ซูเปอร์บอร์ดตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไร เพื่อให้การฟื้นฟูของไอแบงก์ดำเนินการได้เร็วกว่าที่ผ่านมา เพราะหากปล่อยไว้เช่นนี้ในที่สุดจะสร้างภาระให้กับกระทรวงการคลังจำนวนมาก รวมทั้งสถาบันการเงินอื่นที่ร่วมถือหุ้นตามนโยบายรัฐไว้ด้วย







