posttoday
‘วิรไท’ ฟันธง เศรษฐกิจไทยฟื้นอย่างต่อเนื่อง

‘วิรไท’ ฟันธง เศรษฐกิจไทยฟื้นอย่างต่อเนื่อง

09 พฤศจิกายน 2558

ความพยายามที่จะทำทุกทางของรัฐบาลเพื่อให้ภาวะเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวขึ้นจากอาการถดถอยอันเป็นผลกระทบจากการส่งออกที่ชะลอตัวลงอย่างรุนแรง

โดย...ทีมข่าวการเงินโพสต์ทูเดย์

ความพยายามที่จะทำทุกทางของรัฐบาลเพื่อให้ภาวะเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวขึ้นจากอาการถดถอยอันเป็นผลกระทบจากการส่งออกที่ชะลอตัวลงอย่างรุนแรง โดยทุ่มเทกับการใช้มาตรการการคลังเพื่อกระตุ้นการลงทุนและการบริโภคในประเทศ วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย​ (ธปท.) เห็นว่า เป็นแนวทางที่ไปถูกทางแล้ว และเห็นว่าจะเห็นผลเป็นรูปธรรมในปีหน้า ซึ่งเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวเป็นรูปร่างเหมือนเครื่องหมายถูก ที่คล้ายจะเป็นตัววีในพยัญชนะภาษาอังกฤษ แต่ก็แค่คล้าย ต่างกันที่รูปร่างของเครื่องหมายถูกนั้นการฟื้นตัวจะค่อยเป็นค่อยไปอย่างต่อเนื่อง

“เศรษฐกิจไทยในขณะนี้บางภาคธุรกิจก็ฟื้นตัว บางภาคก็ไม่ฟื้น จะหวังให้อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจ (จีดีพี) โตปีละ 5-6% คงเป็นไปไม่ได้ เพราะปัจจัยภายในและปัจจัยต่างประเทศไม่เอื้ออำนวย ปัญหาของเศรษฐกิจในขณะนี้คือการลงทุนใหม่ไม่เกิดขึ้น แม้นักลงทุนเก่าไม่ได้ถอนออก แต่ทำให้ขีดความสามารถแข่งขันตก เพราะเราผลิตสินค้าที่ตกรุ่นส่งออก ไม่มีการลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ๆ” ผู้ว่าการ ธปท. กล่าว

วิรไท มองว่า รูปร่างของเศรษฐกิจไทยจะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับเศรษฐกิจโลก และการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจของไทยเอง ซึ่งขณะนี้ทุกประเทศต่างปรับโครงสร้างเศรษฐกิจกันหมด เช่น จีนหันมาเน้นที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจจากการบริโภคในประเทศ พยายามลดการพึ่งพาส่งออกลง

กลุ่มประเทศสหภาพยุโรป เข้มแข็งขึ้นมาหลังจากเจอวิกฤตหนี้เสียของกรีซ เยอรมนีเริ่มฟื้นตัว สเปนก็ปรับโครงสร้างตลาดแรงงาน ไอร์แลนด์ก็แก้ปัญหาการเงินของประเทศได้ดีขึ้น ทุกประเทศพยายามหาทางออกจากวิกฤต

“การทำทีพีพีจะเป็นกรอบการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจของหลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา และจะเป็นมาตรฐานการค้าใหม่ในอนาคต” วิรไท กล่าว

สำหรับประเทศไทยเอง ผู้ว่าการ ธปท.เห็นว่า ประเทศไทยมีแผนแม่บทที่ชัดเจนว่าเรื่องอะไรที่เราจะทำให้มีผลในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม เช่น การปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ ที่จะต้องสอดคล้องไปกับยุทธ
ศาสตร์ประเทศ ที่เราจะก้าวขึ้นไปสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยเทคโนโลยี เป็นเศรษฐกิจดิจิทัล ก็มีการ ประมูล 4จี ทำให้เกิดช่องทางการบริการใหม่ๆ

นอกจากนี้ จะต้องขจัดอุปสรรคที่เป็นปัญหาต่อการค้าการลงทุน ลดต้นทุนของภาคธุรกิจ อะไรที่ภาคธุรกิจทำแล้วดีรัฐควรส่งเสริมและอย่าไปแข่งกับเขา รัฐบาลต้องสร้างบรรยากาศการแข่งขันในด้านตลาดเสรี ที่รัฐบาลต้องทำคือการเพิ่มประสิทธิภาพของรัฐวิสาหกิจให้สามารถขึ้นมาคานอำนาจกับเอกชนได้

หนึ่งในการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจประเทศ ที่มีการคิดกันว่า ประเทศไทยพึ่งพาการส่งออกมากถึง 70% ของจีดีพี ซึ่งมากเกินไป ในเรื่องนี้ วิรไท มองว่า เราไม่อาจจะมองอย่างง่ายๆ เช่นนั้น หากมองให้ลึกซึ้งลงไปการปรับโครงสร้างไม่จำเป็นต้องคิดถึงสัดส่วนและน้ำหนักของการส่งออกหรือการลงทุนจะเป็นกี่เปอร์เซ็นต์

“ผมว่า เราควรจะต้องพึ่งพาตัวเองให้มากขึ้น เราควรจะปรับเปลี่ยนจากการส่งออกสินค้าโลว์เทค ให้เป็นสินค้าที่มีเทคโนโลยีที่สูงขึ้น และเพิ่มรายได้ต่อหัวต่อคนของคนไทยให้ได้ จะคิดว่าส่งออกมาไม่ดี แต่เราต้องปรับประสิทธิภาพการผลิตให้ดีขึ้น เราไม่สามารถทอดทิ้งกระบวนการเหล่านี้ไปได้ เพราะภายใต้การส่งออกยังมีธุรกิจเกี่ยวเนื่องมากมาย เป็นซัพพลายเชนเยอะแยะ เราต้องทำให้กลุ่มนี้มีการพัฒนาการผลิตสินค้าขึ้นไปอีก ด้วยการส่งเสริมให้มีการวิจัยและพัฒนา (อาร์แอนด์ดี) มีการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้สวยงามทันสมัย เป็นต้น ให้เขาทำให้ได้มากกว่าการรับจ้างผลิตของเพราะต้นทุนต่ำ สามารถจะผลิตสินค้าที่มีความซับซ้อนได้” วิรไท กล่าว

ส่วนการเพิ่มการบริโภคในประเทศนั้น ควรจะเพิ่มการบริโภคสินค้าในประเทศ ไม่ใช่บริโภคของฟุ่มเฟือยโดยไม่คำนึงถึงรายได้ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์และทำให้หนี้ครัวเรือนเพิ่มสูงขึ้น ฉะนั้นการปรับโครงสร้างมีหลายมิติ ต้องมองให้ลึกซึ้งไม่ใช่มองแค่สัดส่วน

ผู้ว่าการ ธปท. ยืนยันว่า ประเทศไทยต้องการการลงทุนเพิ่ม หากเพิ่มการลงทุนได้เร็วก็จะทำให้ประเทศฟื้นตัวได้เร็วเช่นกัน

“การดำเนินนโยบายของ ธปท.ที่สำคัญ คือ การสร้างเสถียรภาพของเศรษฐกิจ ให้เห็นว่าเศรษฐกิจไทยเป็นอย่างไรซึ่งเป็นพันธกิจหลักของ ธปท. เมื่อเชื่อมั่นการลงทุนแล้วสิ่งอื่นๆ ก็จะตามมา” วิรไท กล่าว

สำหรับแรงกดดันที่มีผลต่อเสถียรภาพของเศรษฐกิจไทยนั้น เห็นชัดเจนคือแรงกดดันจากต่างประเทศ ที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะขยับขึ้นดอกเบี้ยมีผลไปทั้งโลก ทุกคนกลัวเงินจะไหลออก สิ่งที่ ธปท.ทำคือการใช้นโยบายการเงินที่ยืดหยุ่น ทำให้สภาพคล่องไม่มีผลต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจ ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) กรรมการ กนง.คิดละเอียดทำให้อัตราดอกเบี้ยและอัตราแลกเปลี่ยนไม่เป็นอุปสรรคต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ เป็นความโชคดีที่แรงกดดันทางด้านเงินเฟ้อก็ไม่มาก เพราะราคาน้ำมันในตลาดโลกลดลงทำให้การนำเข้าลดลงมาก ดุลบัญชีเดินสะพัดในปีนี้จะเกินดุลสูง แม้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลกตกต่ำดึงให้ราคาสินค้าเกษตรลดลงบ้างแต่ไม่ได้สร้างปัญหาเศรษฐกิจหนักเหมือนประเทศเพื่อนบ้านที่ส่งออกน้ำมันเป็นสินค้าหลัก กลุ่มประเทศนี้อย่างอินโดนีเซีย มาเลเซีย มีปัญหาดุลการคลังและดุลบัญชีเดินสะพัดทันที ดังนั้นพื้นฐานเศรษฐกิจไทยยังถือว่าดีพอควร

ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า นับเป็นความโชคดีอีกประการหนึ่งที่สถาบันการเงินของไทยในขณะนี้ นับว่าแข็งแรงพอสมควร ซึ่งเป็นผลมาจากการดำเนินนโยบายของ ธปท.ที่เน้นให้ธนาคารพาณิชย์ดำเนินการตามมาตรฐานบาเซิล 2 และ 3 ที่ได้เข้มงวดเรื่องการสำรองหนี้จัดชั้น การดูความเพียงพอของทุน ทำให้ธนาคารพาณิชย์มีทุนสูงเพียงพอที่จะรับมือกับปัญหาหนี้เสียที่เกิดขึ้นจากเศรษฐกิจชะลอตัว

ทั้งนี้ หนี้เสียที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เป็นหนี้ของเอสเอ็มอี และสินเชื่ออุปโภคบริโภค ไม่ใช่หนี้เสียลูกค้ารายใหญ่ กรณีหนี้เสียของสหวิริยาสตีล อินดัสตรี เป็นกรณีเฉพาะราย ที่ทำให้หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ทั้งระบบเพิ่มสูงขึ้นเล็กน้อย ดังนั้นสถาบันการเงินจึงยังมีส่วนที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี สินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ยังมีการเติบโตอยู่ประมาณ 5-6% ขยายตัวสูงกว่าอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจ สินเชื่อที่อยู่อาศัยยังขยายตัว 10% จะมีก็แต่เพียงสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ที่ลดลงอันเป็นผลกระทบต่อเนื่องมาจากโครงการรถยนต์คันแรก

“สถาบันการเงินไทยมีการตั้งสำรองหนี้สูงที่สุดในโลกไปแล้ว ซึ่งเป็นผลงานของ ธปท.ที่กำกับดูแลสถาบันการเงินอย่างดี ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยรับและจ่าย (นิม) อาจจะถูกมองว่าสูงเกินไปหากนำเอาดอกเบี้ยเงินฝากและดอกเบี้ยเงินกู้มาลบกัน แต่จะมองเพียงแค่นั้นไม่ได้ ธปท.มองว่าเป็นเรื่องการแข่งขันมากกว่า ขณะนี้การแข่งขันสูงมาก โครงสร้างรายได้ของธนาคารพาณิชย์ก็เปลี่ยนแปลงไปเป็นรายได้จากค่าธรรมเนียมมีสัดส่วนเพิ่มสูงขึ้นมาก รายได้จากดอกเบี้ยค่อยๆ ลดลง ซึ่งเป็นไปตามการเปลี่ยนแปลงของระบบเศรษฐกิจ” วิรไท กล่าว

ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวต่อไปว่า นโยบายที่สำคัญอีกประการหนึ่งที่ ธปท.จะต้องดำเนินการให้ลุล่วงให้ได้ คือการพัฒนาระบบการชำระเงินของประเทศให้ดียิ่งขึ้นไปอีก ให้มีความมั่นคงปลอดภัยเพื่อช่วยสนับสนุนการทำธุรกรรมการค้าและการเงินให้รวดเร็วและคล่องตัว

นี่เป็นเพียงบางส่วนของนโยบายและสิ่งที่ ธปท.จะดำเนินการต่อไปในอนาคต ซึ่ง ธปท.มุ่งมั่นที่จะรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจ และผลักดันให้ประเทศไทยเดินหน้าต่อไปอย่างยั่งยืน

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี