
ไฟเขียวราชการจัดงบ 10-30% ซื้อสินค้านวัตกรรมไทย
อนุมัติส่วนราชการจัดงบ 10-30% จัดซื้อสินค้าตามบัญชีนวัตกรรม พร้อมเปิดช่องจัดซื้อวิธีพิเศษ หวังดึงงานวิจัยลงจากหิ้งใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์
อนุมัติส่วนราชการจัดงบ 10-30% จัดซื้อสินค้าตามบัญชีนวัตกรรม พร้อมเปิดช่องจัดซื้อวิธีพิเศษ หวังดึงงานวิจัยลงจากหิ้งใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งล่าสุดได้เห็นชอบการให้สิทธิพิเศษแก่ผลิตภัณฑ์และบริการนวัตกรรมที่อยู่ในบัญชีนวัตกรรมไทย ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยกำหนดให้หน่วยงานราชการต่างๆจัดสรรงบประมาณไม่น้อยกว่า 10% แต่ไม่เกิน 30% มาจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่อยู่ในบัญชีนวัตกรรมไทย เว้นแต่เป็นผลิตภัณฑ์หรือบริการนวัตกรรมที่สั่งซื้อในปริมาณ 1 ชิ้น และมีมูลค่าเกิน 30% ของงบประมาณให้จัดซื้อจัดจ้างได้
ส่วนที่เหลือให้จัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพัสดุ หรือระเบียบว่าด้วยการพัสดุที่หน่วยงานภาครัฐถือปฏิบัติโดยให้มีการแข่งขันด้านราคา รวมทั้งให้หน่วยงานของรัฐ ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารส่วนท้องถิ่น ที่ประสงค์จะจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่อยู่ในบัญชีนวัตกรรมไทยใช้วิธีการพิเศษตามระเบียบวิธีว่าด้วยการพัสดุ อย่างไรก็ตามหากมีผู้ขายหรือผู้ให้บริการที่อยู่ในบัญชีนวัตกรรมไทยตั้งแต่ 2 รายขึ้นไป ให้แจ้งผู้ขายหรือผู้ให้บริการตามรายชื่อเพื่อเข้าเสนอราคา และจัดซื้อจากรายที่เสนอราคาต่ำที่สุด
ทั้งนี้ กระทรวงการคลังรายงานว่าข้อเสนอดังกล่าวเป็นไปตามสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สวทช.) ในฐานะคณะอนุกรรมการคณะกรรมการพัฒนาระบบนวัตกรรมของประเทศ (คพน.) เสนอให้มีการให้สิทธิประโยชน์พิเศษแก่ผลิตภัณฑ์หรือบริการนวัตกรรมที่อยู่ในบัญชีนวัตกรรไทยเพื่อให้หน่วยงานภาครัฐจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการนวัตกรรมที่อยู่ในบัญชีระบบนวัตกรรมไทยโดยวิธีกรณีพิเศษได้ ตามระเบียบว่าด้วยการพัสดุของหน่วยงานราชการนั้นๆ
พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า การสนับสนุนและส่งเสริมผลงานวิจัยพัฒนาระบบนวัตกรรมของประเทศไทยให้ใช้ประโยชน์ต่อการพัฒนาระบบเศรษฐกิจของประเทศและส่งเสริมให้เกิดการผลิตเชิงพาณิชย์มีได้ถือเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล ซึ่ง คพน.ได้จัดทำบัญชีนวัตกรรมไทยและสิ่งประดิษฐ์ไทย โดยสินค้าและบริการที่มีนวัตกรรมที่มีมาตรฐานน่าเชื่อถือเทียบเคียงได้กับผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศสามารถบรรจุอยู่ใน “บัญชีนวัตกรรมไทย”ต้องผ่านมาตรฐานอุตสาหกรรมในประเทศหรือมาตรฐานสากลหรือข้อกำหนดสำคัญอื่นๆ และพร้อมใช้งานได้จริง รวมทั้งมีภาคเอกชนนำไปผลิตในเชิงพาณิชย์แล้ว
สำหรับนวัตกรรมที่อยู่ระหว่างการรับรองมาตรฐานจะบรรจุไว้ใน “บัญชีสิ่งประดิษฐ์ไทย” ซึ่งสำนักงบประมาณจะให้งบประมาณในการสนับสนุนภายใต้โครงการส่งเสริมและวิจัยนวัตกรรมโดยการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เพื่อให้หน่วยงานของรัฐนำไปใช้และขึ้นทะเบียนในบัญชีนวัตกรรมไทยในระยะต่อไป ทั้งนวัตกรรมไทยอาจไม่ต้องพัฒนาในประเทศไทยทั้งหมด โดยอาจนำเข้าชิ้นส่วนบางส่วนจากต่างประเทศแต่ต้องมีการผลิตในประเทศไทยส่วนใหญ่ โดยมีระยะเวลาให้สินค้าและบริการที่ผ่านเกณฑ์ขึ้นบัญชีนวัตกรรมได้เป็นระยะเวลา 8 ปี แต่หากพบว่า ขาดคุณสมบัติ หรือมีการทำผิดโดยละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา หรือมีปัญหาในการใช้งานจะถูกเพิกถอนจากบัญชีนวัตกรรมไทยทันที







