
ใช้ม.44 แก้หวยแพง
หลังจากคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล (บอร์ดสลากฯ) แก้ปัญหาสลากแพงกว่าราคาที่กำหนดไว้ฉบับละ 80 บาท
หลังจากคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล (บอร์ดสลากฯ) แก้ปัญหาสลากแพงกว่าราคาที่กำหนดไว้ฉบับละ 80 บาท ด้วยการเลิกต่อโควตาสลากให้กับผู้ค้ารายใหญ่ และพิมพ์สลากเพิ่มจำหน่ายให้ผู้ค้ารายย่อยผ่านทางธนาคารกรุงไทยด้วยระบบจองก่อนได้ก่อน
มาตรการใหม่แก้ไขปัญหาสลากแพงได้เพียง 1-2 งวด สุดท้ายก็เข้าสู่วังวนเดิม คือ มีผู้ค้าที่มีเงินทุนหนาไล่กว้านซื้อสลากจากรายย่อยมากักตุนและนำมาขายแพงกว่าราคาที่กำหนดอีก ดังนั้นในสัปดาห์หน้าบอร์ดสลากฯ จะประชุมหารือการกักตุนสลากที่ผู้ค้ารายย่อยได้โควตาไป แต่ไม่ยอมจำหน่ายเอง
ทั้งนี้ มีการคาดกันว่า บอร์ดสลากฯ จะเริ่มนำกฎหมายที่ประกาศใช้ตามมาตรา 44 ที่มีโทษปรับสูงสุด 1 หมื่นบาท จำคุก 1 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ เข้ามาดำเนินการอย่างเข้มงวดมากขึ้น โดยจะประสานเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจทั่วประเทศให้ใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด เนื่องจากที่ผ่านมาสำนักงานสลากฯ ได้จัดทำโครงการสั่งซื้อ-สั่งจองสลากล่วงหน้า จนส่งผลให้มีการจัดพิมพ์สลากสูงสุดที่งวดละ 100 ล้านฉบับ หรือเท่ากับ 50 ล้านคู่ แต่ก็ยังไม่สามารถกดดันราคาให้ปรับลดลงได้ เพราะยังมีผู้ค้าที่ได้รับโควตารายเดิมยังไม่ให้ความร่วมมือขายสลากเอง
นอกจากนี้ จะมีมาตรการทางภาษีและมาตรการของสำนักงานสลากฯ หากพบว่ามีการขายเกินราคาจากที่กำหนดไว้คู่ละ 80 บาท ก็จะดำเนินการเปรียบเทียบปรับทันที ก่อนที่จะสอบย้อนกลับไปถึงผู้ที่จำหน่ายให้ในรูปแบบขายส่ง เพื่อตัดสิทธิโควตาของบุคคลดังกล่าว ก่อนที่จะส่งรายชื่อให้กับกรมสรรพากรเข้าไปตรวจสอบการยื่นเสียภาษี หากเป็นบุคคลธรรมดาจะถูกตรวจสอบการยื่นเสียภาษีบุคคลธรรมดา แต่หากเป็นองค์กร นิติบุคคล จะถูกสอบการเสียภาษีนิติบุคคลด้วย
กรณีที่ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการและเสียค่าเช่าที่เพื่อตั้งแผง แต่ไม่สามารถสั่งซื้อ-สั่งจองสลากล่วงหน้าได้ทัน ต้องไปเจรจากับเจ้าของแผงเอง เพราะโครงการนี้ให้ประชาชนเข้าร่วมได้อย่างเสรี







