
'อังกูร ฉันทนาวานิช' การลงทุนต้องรู้กำลังตัวเอง
โดย...บงกชรัตน์ สร้อยทอง
โดย...บงกชรัตน์ สร้อยทอง
“อังกูร ฉันทนาวานิช” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาลลาดพร้าว (LPH) ที่เพิ่งนำบริษัทจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมานี้
จุดเริ่มต้นการทำงานคือการเป็นนิติกรของบริษัท ก่อนที่จะได้รับโอกาสให้ทำงานที่หลากหลายขึ้น จนได้เรียนรู้การกู้เงินทำธุรกิจจากแบงก์ การรู้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของแบงก์ รู้ว่ามีการออมแบบไหนที่ให้ดอกเบี้ยประมาณไหน จากนั้นก็ได้เรียนรู้เรื่องประกันภัยกับประกันชีวิตเมื่อทำงานที่บริษัท ไทยรีประกันชีวิต และเริ่มเลือกซื้อประกันชีวิตเพื่อเป็นการออม การลงทุนให้ตัวเองและสมาชิกครอบครัว
เมื่อเริ่มหันมาทำธุรกิจตั้งโรงพยาบาลลาดพร้าว ทุกอย่างจึงเป็นจุดประสงค์หลักนั่นคือเน้นดูแลและบริหารความเสี่ยงจากการลงทุนโดยตรง ทำให้รู้ว่าการทำธุรกิจเรื่องการสร้างเครดิตเป็นสิ่งสำคัญมาก หากมีเครดิตจะช่วยให้บริษัทสามารถมีทุนไว้สำหรับการขยายธุรกิจได้ต่อเนื่อง
เช่นเดียวกับการบริหารงานและการลงทุนของตัวเอง เขายึดหลักหัวใจสำคัญไว้ 2 อย่างคือ “การมีเครดิต” และ “ต้องไม่ลงทุนเกินตัวหรือเกินกำลังที่เรามี”
“ผมมองเรื่องการออมเป็นเรื่องสำคัญ ต้องหัดบังคับให้ตัวเองออม เริ่มจากพนักงานบริษัทธรรมดา ต้องเริ่มจากการฝากเงินไว้กับแบงก์ เหลือเท่าไรก็ต้องคอยเพิ่มไปในบัญชี เมื่อธุรกิจหลักเริ่มดำเนินการไปได้ มีเท่าไรก็ต้องเริ่มพยายามจัดสรรการออมในรูปแบบอื่นเพิ่ม”
ตั้งแต่การซื้อกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) เพื่อใช้ประโยชน์ทางภาษี ซึ่งก็เน้นซื้อต่อเนื่องทุกปี ไม่เคยถอนเงินออกจากการลงทุนดังกล่าว มีแต่จะซื้อเติมเข้าไปเรื่อยๆ เป็นประจำทุกปี และระหว่างทางได้เงินปันผลอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่ได้คืออะไรที่นอกเหนือจากที่เขาไม่ได้คาดคิดแล้ว แต่ก็มีผิดพลาดบ้าง ช่วงที่ไปซื้อ RMF ที่เป็นกองทองคำ จนถึงวันนี้ก็ยังขาดทุนอยู่ แต่ก็ยังถือไปเรื่อยๆ
นอกจากนั้น มีการซื้อหุ้นบ้างแต่เป็นลักษณะที่ได้รับคำแนะนำ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ หากเห็นราคาหุ้นแบงก์ที่เราถืออยู่มีการย่อตัวก็จะเข้าไปเก็บเรื่อยๆ ต้องการได้ทั้งปันผลและส่วนต่างราคาบ้าง แต่ก็ไม่ค่อยขายออกมาเท่าไร ส่วนหุ้นที่ได้รับการจัดสรรตอนเสนอขายให้ประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) ส่วนใหญ่ถ้าไม่รู้จักธุรกิจก็มักจะให้เจ้าหน้าที่การลงทุนขายออกไปตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในวันแรกเลย
ปัจจุบันอายุ 57 ปีแล้ว จะเลือกลงทุนอะไรที่มีความเสี่ยงมากไม่ได้ ต้องลงทุนที่ไม่เกินตัว มีเท่าไรก็ออมและลงทุนเท่านั้น และต้องสามารถสร้างสมดุลระหว่างการออม การใช้ชีวิต ทำเพื่อครอบครัว และการทำธุรกิจที่ยังสามารถเติบโตต่อไปได้ด้วย







