
สร้างแบรนด์เป็นมิตรสิ่งแวดล้อม
โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย
โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย
ยิ่งนับวันปัจจัยการตัดสินใจซื้อสินค้า ผู้บริโภคจะคำนึงสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญทำให้ภาคธุรกิจต้องปรับตัวหันมาทำการตลาด หรือพัฒนาสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
กรัณย์ แสงไฟ ผู้อำนวยการและผู้จัดการทั่วไปแผนกกลุ่มสินค้าเพื่อธุรกิจ คิมเบอร์ลี่ย์-คล๊าค โปรเฟสชันแนล ประจำไทยและอินโดจีน เปิดเผยว่า กลยุทธ์ทำตลาดกลุ่มทิชชู่ของบริษัท ซึ่งเป็นสินค้าที่ผลิตจากเยื่อไม้ ดังนั้นบริษัทจึงต้องหันมาทำตลาดและพัฒนาสินค้าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างภาพลักษณ์แบรนด์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ทั้งนี้ ที่ผ่านมากลุ่มผลิตภัณฑ์เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของบริษัทมี 10 รายการ ได้แก่ กระดาษที่ได้รับการรับรองจากเอฟเอสซี โดยใช้วัตถุดิบเยื่อกระดาษจากป่าปลูก และกระดาษทิชชู่ฉลากเขียวใช้วัตถุดิบที่ผสมเยื่อรีไซเคิล และบริษัทยังมุ่งพัฒนาสินค้าใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพราะปัจจัยการตัดสินใจซื้อสินค้าของกลุ่มลูกค้าองค์กร รวมทั้งผู้บริโภคเริ่มคำนึงสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
ล่าสุด บริษัทได้เปิดตัวกระดาษเช็ดมือ สก๊อตต์ แอร์เฟล็กซ์ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ลงทุน 1,000 ล้านบาท สร้างโรงงานใหม่ที่ประเทศเกาหลี เพื่อผลิตกระดาษดังกล่าว และเริ่มส่งออกในตลาดเอเชียเมื่อกลางปีที่ผ่านมา สำหรับในไทยได้เปิดตัวในช่วงปลายปีนี้ โดย สก๊อตต์แอร์เฟล็กซ์ เป็นสินค้าเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมีเยื่อกระดาษที่รองรับการดูดซึมสูงถึง 25% ช่วยลดปริมาณการใช้กระดาษให้ลดลง
“การนำกระดาษทิชชู่เข้าไปเสนอกับเชนโรงแรมระดับห้าดาว การตัดสินใจซื้อต้องเป็นสินค้าเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หลังจากนั้นจะพิจารณาราคาและบริการหลังการขาย โดยปัจจุบันการรับรู้ด้านแบรนด์สก๊อตต์ ในฐานะเป็นแบรนด์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมีเพิ่มขึ้น”
ขณะที่ภาพรวมของธุรกิจกระดาษทิชชู่สำหรับลูกค้าองค์กร จะแข่งขันทางด้านสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยให้ลูกค้าประหยัดการใช้งาน คุณภาพสินค้า รวมทั้งบริการหลังการขาย ซึ่งล่าสุดบริษัทได้จัดงาน “Reduce Today Respect Tomorrow” เป็นปีที่ 8 เพื่อส่งเสริมให้ภาคธุรกิจตระหนักถึงสิ่งแวดล้อม โดยมอบประกาศเกียรติคุณสำหรับองค์กรที่เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
แบรนด์ที่ไม่ได้ให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อม ในอนาคตอาจจะสูญเสียส่วนแบ่งการตลาดได้ ซึ่งปัจจุบันไม่ใช่เพียงผู้ประกอบการตลาดทิชชู่ที่ปรับตัวเท่านั้น กลุ่มธุรกิจอาหาร อุตสาหกรรมต่างๆ ยังลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ใส่ใจสิ่งแวดล้อม เพราะในระยะยาวผู้บริโภคจะไม่เพียงแค่อ่านฉลากสินค้ามีส่วนประกอบอะไรบ้างเท่านั้น แต่ยังมองว่าเป็นแบรนด์ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมหรือไม่ ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการเพิ่มยอดขายระยะยาว







