posttoday
วิรารัตน์ วงศ์สกุลชัย พลิกความชอบสู่ธุรกิจเพชร

วิรารัตน์ วงศ์สกุลชัย พลิกความชอบสู่ธุรกิจเพชร

06 พฤศจิกายน 2558

ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น เป็นประโยคที่ใช้ได้กับทุกยุคทุกสมัย และทุกธุรกิจ สำหรับหลายคนอาจต้องเริ่มทำธุรกิจทั้งที่ไม่เคยมีพื้นฐานความรู้ในธุรกิจนั้นเลย แต่หากมีความตั้งใจและความพยายามสักวันหนึ่งความสำเร็จก็จะตามมา

ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น เป็นประโยคที่ใช้ได้กับทุกยุคทุกสมัย และทุกธุรกิจ สำหรับหลายคนอาจต้องเริ่มทำธุรกิจทั้งที่ไม่เคยมีพื้นฐานความรู้ในธุรกิจนั้นเลย แต่หากมีความตั้งใจและความพยายามสักวันหนึ่งความสำเร็จก็จะตามมา

วิรารัตน์ วงศ์สกุลชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามเพชร กรุ๊ป ผู้ดำเนินธุรกิจค้าขายเพชรและทองคำ เปิดเผยว่า เริ่มต้นเข้ามาอยู่ในวงจรธุรกิจจิวเวลรี่ตั้งแต่อายุ 19-20 ปี ในเวลานั้นบ้านของแฟนได้ขยายห้างเพชรทองเยาวราช สมุทรปราการ เป็นสาขา 2 ให้แฟนของเธอดูแล ภายหลังทางบ้านแฟนก็ได้ปิดสาขาแรกไปเพื่อมาดูแลสาขานี้อย่างเดียว ขณะที่ส่วนตัวแล้วเป็นคนชอบเครื่องประดับของสวยงามอยู่แล้ว จึงเริ่มเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องทองและเพชรเพื่อช่วยกิจการของแฟน ใช้เวลากว่า 1 ปีในการเรียนรู้ จึงสามารถดูเพชรและทองด้วยตาเปล่าแล้วสามารถแยกได้ว่าเป็นทองกี่เปอร์เซ็นต์

การเรียนรู้นั้นเป็นการศึกษาด้วยประสบการณ์ตรงจากทำงานอยู่หน้าร้าน อ่านหนังสือ และเปิดเว็บไซต์ศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหลังจากดูเพชรและทองเป็นแล้ว ก็เริ่มต่อยอดธุรกิจของแฟนด้วยการรับจำนำเพชรด้วย จากนั้นนำเพชรที่หลุดจำนำมาจำหน่ายผ่านเว็บไซต์สยามแบรนด์เนม จนเป็นที่รู้จักและไว้ใจ มีลูกค้าจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่เป็นแม่ค้าร้านเพชรตามต่างจังหวัด ในที่สุด 6-7 ปีก่อนจึงตัดสินใจเปิดเว็บไซต์ของตัวเองชื่อสยามเพชรดอทคอม (siampetch.com) โดยไม่ได้ขายเฉพาะเพชรหลุดจำนำ แต่ได้เริ่มนำเพชรที่ออกแบบและทำทุกขั้นตอนด้วยมือช่างมาเสนอขายด้วย

ปัจจุบันสยามเพชรมีหน้าร้านทั้งหมด 3 สาขา คือ ห้องเพชรทองเยาวราช สมุทรปราการ สาขา 2 อยู่ในเมกาบางนา และสาขา 3 เพิ่งเปิดเมื่อไม่นานมานี้ที่เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว หลังจากนี้วางแผนเปิดอีก 2 สาขาในปีหน้า โดยทำเลหนึ่งที่มองไว้ คือ เซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต

วิรารัตน์ กล่าวอีกว่า สัดส่วนยอดขายสยามเพชร ปัจจุบัน 50% มาจากออนไลน์ ซึ่งก็คือเว็บไซต์สยามเพชรดอทคอม เฟซบุ๊กแฟนเพจของสยามเพชรและอินสตาแกรม ส่วนอีก 50% มาจากหน้าร้านที่มีอยู่ โดยการมีหน้าร้านทำให้ลูกค้าเชื่อมั่นในการซื้อสินค้ามากขึ้น ส่วนใหญ่ลูกค้าหน้าร้านเป็นลูกค้าที่เข้าเว็บไซต์แล้วต้องการมาดูสินค้าจริง หลังจากนี้ก็จะคงสัดส่วนยอดขายทั้งจากออนไลน์และหน้าร้านเท่าๆ กันต่อไป โดยจะทำให้ยอดขายทั้งสองฝั่งเติบโตไปควบคู่กัน

“เพชรที่นำมาจำหน่ายบางส่วนเป็นเพชรจากฮ่องกง เบลเยียม เพชรที่ตัวแทนขายเข้ามานำเสนอบริษัทเอง เพชรที่รับจำนำมา โดยราคาจำหน่ายแตกต่างกันไป สัดส่วนเพชรทั้งหมดที่จำหน่าย 80% เป็นงานฝีมือคนทุกขั้นตอน ขณะที่หน้าร้านนั้น พนักงานทุกคนจะถูกอบรมมาให้สามารถช่วยลูกค้าดูเรื่องการออกแบบเพชรตามต้องการ รวมทั้งช่วยเลือกเพชรได้ตามงบประมาณลูกค้าที่มีจำกัด” วิรารัตน์ กล่าว

วิรารัตน์ กล่าวว่า แนวโน้มแบบเพชรที่มาแรงในเวลานี้ คือ เพชรที่ขนาดไม่เล็กและไม่ใหญ่จนเกินไป หรือ 1-2 กะรัตขึ้นไป ราคา 1-3 แสนบาท ถือเป็นแฟชั่นที่นิยมใส่คู่กับของแบรนด์เนมได้ และเป็นเพชรที่ดูมีอนาคตเพราะหากขายต่อก็จะได้ราคาดีกว่าเพชรเม็ดเล็ก ขณะเดียวกันการสวมเพชรตามฮวงจุ้ยก็เป็นอีกแนวโน้มที่คนนิยม เช่น แหวนนิ้วก้อยที่ขายดีมาก เพราะคนมีความเชื่อว่านิ้วก้อยเกี่ยวทรัพย์ สวมใส่แหวนไว้เพื่อไม่ให้เงินทองรั่วไหลออกมา โดยในกรณีผู้ชายที่ไม่ชอบใส่เพชร ก็จะมีแหวนซ่อนทรัพย์ คือซ่อนตัวเพชรไว้ใต้วงแหวนเป็นทางเลือก

ด้านกลยุทธ์ที่ใช้ทำให้สยามเพชรเป็นที่รู้จักและติดตลาดลูกค้า คือ การมีโปรโมชั่นทั้งหน้าร้านและออนไลน์เป็นโปรโมชั่นเดียวกัน และการจำหน่ายเพชรได้ในราคาที่ถูกกว่าหลายร้าน 30-40% ซึ่งสาเหตุที่
ทำให้จำหน่ายเพชรได้ราคาถูกกว่า เนื่องจากสั่งซื้อเพชรมาครั้งละปริมาณมากๆ เช่น ครั้งละ 100 กะรัต บางครั้งก็สั่งมากถึงครั้งละ 300-400 กะรัต ทำให้มีต้นทุนที่ดีกว่า

“จุดเด่นสินค้าของสยามเพชร คือ เพชรที่จำหน่ายขนาดใหญ่กว่าหลายร้านในตลาด และมีแบบที่ทันสมัยกว่าหลายร้าน เนื่องจากโดยส่วนตัวจะทำให้ทันสมัยตลอดเวลา ด้วยการใช้เวลาไปศึกษาดูแบบสินค้าใหม่ๆ ตามงานส่งเสริมการขายจิวเวลรี่ในต่างประเทศ ติดตามแฟชั่นใหม่ๆ เป็นประจำ ขณะเดียวกันในการตั้งร้านสยามเพชรในศูนย์การค้า บริษัทก็ไม่ได้ตั้งร้านอยู่ในห้องเช่าในศูนย์การค้า แต่เลือกออกบูธในพื้นที่เปิดโล่ง เพราะว่าเข้าถึงลูกค้าได้ง่ายกว่า เนื่องจากประสบการณ์พบว่าลูกค้าส่วนใหญ่จะไม่กล้าเข้าไปดูเพชรที่อยู่ในร้านที่เป็นห้องเช่าหรูๆ ในห้าง มีทัศนคติว่าเพชรในห้องเช่าหรูจะต้องแพงกว่า” วิรารัตน์ กล่าว

สำหรับหลักการทำธุรกิจนั้นจะเน้นเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป เวลาที่มีสัญญาณบอกว่าบริษัทมีความพร้อมแล้วจึงจะเริ่มก้าวใหม่ๆ ไม่พยายามมองภาพไกลจนเกินไป เนื่องจากต้องการทำสิ่งที่มีอยู่ให้ดีก่อน และทำแบบไม่หยุด ส่วนปัญหาที่เจอจากการทำธุรกิจนั้นก็มีบ้างที่ลูกค้าซื้อสินค้าไป แล้วไม่ได้มีความรู้ความเข้าใจเรื่องเพชรมากพอ ก็จะต้องแก้ปัญหาด้วยการอธิบายให้ลูกค้าค่อยๆ เรียนรู้ข้อมูลข้อเท็จจริงให้มากที่สุด

ถือเป็นผู้หญิงยุคใหม่ที่นำความชื่นชอบส่วนตัวมาเป็นแรงผลักดันให้เกิดการเรียนรู้และต่อยอดจนขยายธุรกิจได้ต่อเนื่อง หากใครมีความชื่นชอบด้านไหนก็น่าจะลองใช้ความชื่นชอบที่มีเป็นแรงขับเคลื่อนไปสู่ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับความชอบดูบ้างก็อาจประสบความสำเร็จได้เช่นกัน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท