
ร้องกลต.สอบEMC
อีเอ็มซีป่วนผู้ถือหุ้นซักละเอียดยิบข้องใจการทำงานของบอร์ด เตรียมร้อง กลต.
อีเอ็มซีป่วนผู้ถือหุ้นซักละเอียดยิบข้องใจการทำงานของบอร์ด เตรียมร้อง กลต.
บริษัท อีเอ็มซี (EMC) จัดการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 2/2558 โดยใช้เวลาประชุมนานกว่า 3 ชั่วโมง เริ่มตั้งแต่เวลา 14.00 น. และแล้วเสร็จในเวลาประมาณ 17.30 น. สำหรับการพิจารณา 7 วาระ รวมวาระอื่นๆ ด้วย เนื่องจากผู้ถือหุ้นจำนวนมากได้มีการซักถามในวาระสองเรื่องอนุมัติการยกเลิกขายหุ้นให้นักลงทุนเฉพาะเจาะจง (พีพี) จำนวน 550 ล้านหุ้น และให้เปลี่ยนเป็นการเพิ่มทุนขายให้กับผู้ถือหุ้นเดิมแทน
นายอนุวิทย์ ตันติเสเวกุล ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับสอง จำนวน 42 ล้านหุ้น ได้สอบถามว่า บริษัทตั้งเป้าหมายที่จะขายหุ้นแบบพีพีทั้งหมด 1,200 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 0.85 บาท แต่ขายได้เพียง 650 ล้านหุ้น เมื่อวันที่ 8 เม.ย. คงเหลือจำนวน 550 ล้านหุ้น นั้นเป็นเพราะคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) ได้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ เนื่องจากราคาหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯ ต่ำมากจนขายหุ้นพีพีที่ราคา 0.85 บาทไม่ได้ จึงต้องเลือกวิธีการขายหุ้นเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมทั้งหมด หุ้นละ 0.25 บาท ทำให้เงินเพิ่มทุนหายไป 313 ล้านบาท
นอกจากนั้น นายอนุวิทย์ กล่าวว่า ยังเตรียมจะร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ว่าคณะกรรมการบริษัทได้มีการใช้ข้อมูลภายในมาซื้อขายหุ้น (อินไซเดอร์เทรดดิ้ง) หรือไม่ เนื่องจากพบข้อมูลว่า นายชินชัย ลีนะบรรจง ถือหุ้นเพิ่มขึ้น จากวันที่ 8 เม.ย. ถือจำนวน 170 ล้านหุ้น ปัจจุบันมีหุ้นเพิ่มเป็น 280 ล้านหุ้น รวมถึง นายวรวิทย์ ลีนะบรรจง ที่มีการถือหุ้นในช่วงดังกล่าวเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน ซึ่งทั้งสองคนมีนามสกุลเดียวกับ นายชนะชัย ลีนะบรรจง ประธานกรรมการบริษัท ซึ่งเป็นการกระทำที่ส่อไปทางทุจริตและฉ้อฉลและเป็นการเอาเปรียบผู้ถือหุ้นรายย่อย
“การที่บริษัทขายหุ้นแบบพีพีในราคาสูงทำให้ผู้ถือหุ้นรายย่อยหลงเชื่อและเข้าไปซื้อหุ้นเพิ่ม เป็นเพราะบอร์ดมีเจตนาที่ให้ข้อมูลเป็นเท็จหรือไม่ และมีเจตนาที่จะหลอกลวง หรือตั้งใจว่าจะต้องการขาย
หุ้นพีพีจำนวน 650 ล้านหุ้นตั้งแต่แรกหรือไม่ และมีการทุบหุ้นให้ราคาลงมาหรือไม่” นายอนุวิทย์ กล่าว
ทั้งนี้ ที่ประชุมมีติให้เห็นด้วยในวาระยกเลิกขายหุ้นพีพีด้วยคะแนน 96.18%
นายศิริพงศ์ ว่องวุฒิพรชัย กรรมการบริษัท อีเอ็มซี ชี้แจงในที่ประชุมถึงสาเหตุในการยกเลิกขายแบบพีพี ว่า เนื่องจากราคาหุ้นในกระดานต่ำกว่าราคาเสนอขายนักลงทุนแบบเฉพาะเจาะจงอย่างมาก ทำให้คณะกรรมการไม่สามารถดำเนินการขายหุ้นพีพีได้สำเร็จ พร้อมยืนยันว่าคณะกรรมการได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่แล้ว อย่างไรก็ดี บริษัทได้ประกาศเพิ่มทุนแบบให้ขายผู้ถือหุ้นเดิมจำนวน 4,000 ล้านหุ้น สัดส่วน 1 ต่อ 1 ในราคาหุ้นละ 0.25 บาท นอกจากนั้นยังเปิดให้ผู้ถือหุ้นจองซื้อได้มากกว่าสิทธิและได้รับใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหุ้น ชุดที่ 5 ฟรี
บริษัทจะได้รับเงินจากการขายหุ้นทั้งสิ้น 1,000 ล้านบาท และหากมีการแปลงสภาพวอร์แรนต์ 5 จะได้เงินอีก 1,500 ล้านบาท เพื่อรองรับการลงทุนในโครงการอสังหาริมทรัพย์ 480 ล้านบาท เป็นโครงการคอนโดมิเนียมแนวต่ำ รวมถึงการรับงานก่อสร้างที่มหาชัย และอื่นๆ ประมาณ 500 ล้านบาท และมีแผนการใช้เงินอีก 200 ล้านบาท รับงานที่บริษัทร่วมทุนชนะงานก่อสร้าง สถานีหลักโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง มูลค่างานรวม 2,000 ล้านบาท และซื้อที่ดินเปล่ารองรับการลงทุนโครงการคอนโดมิเนียมและอสังหาริมทรัพย์เน้นตามแนวรถไฟฟ้า ซึ่งในอนาคตบริษัทมีนโยบายเพิ่มสัดส่วนรายได้จากอสังหาริมทรัพย์มากกว่า 50% เพราะเป็นธุรกิจมีอัตรากำไรสุทธิตัวเลขสองหลักเทียบธุรกิจก่อสร้างเดิมที่มีได้รับอัตรากำไรสุทธิค่อนข้างต่ำ
ขณะที่บริษัททำธุรกิจอสังหา ริมทรัพย์ บริษัทมีความได้เปรียบในเรื่องการก่อสร้าง เนื่องจากเป็นธุรกิจเดิมของอีเอ็มซี และบริษัทยังจะได้รับเงินจากการแปลงวอร์แรนต์ชุดที่ 4 ในเดือน มี.ค. 2559 อีกประมาณ 500 ล้านบาท เพื่อเตรียมไว้สำหรับการซื้อที่ดินและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เช่นกัน
นายชุมพล อิศรางกูร ณ อยุธยา ซึ่งเป็นประธานที่ประชุมผู้ถือหุ้น กล่าวว่า เพิ่งเข้ามาร่วมบริหารงาน 8 เดือน ได้วางแผนเพื่อให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคง เชื่อว่าแผนที่มุ่งไปสู่อสังหาฯ ในอนาคตจะสร้างรายได้หลักและทำให้บริษัทมีโอกาสที่ล้างขาดทุนสะสมที่มีอยู่ 1,400 ล้านบาทได้ ส่วนแนวโน้มผลการดำเนินงานปีนี้เชื่อว่าจะพลิกมามีกำไรและปี 2559 จะมีกำไรต่อเนื่อง โดยบริษัทรอผลการประมูลงานขนาดใหญ่ของรัฐบาลจำนวน 2-3 งาน งานละ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป และปีหน้ามีแผนลงทุนโครงการคอนโดมูลค่า 700-800 ล้านบาท มากกว่า 2 โครงการ รวมถึงประมูลงานภาครัฐออกมาอีก 3-4 หมื่นล้านบาท ซึ่งมีโอกาสได้งานและตั้งเป้าหมายมูลค่างานในมือทั้งหมด 1,000 ล้านบาท







