posttoday
ม.44 หนุนข้าวขาขึ้น

ม.44 หนุนข้าวขาขึ้น

03 พฤศจิกายน 2558

ต้องจับตาหลังการออกประกาศคำสั่งตามมาตรา 44 ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เรื่องการคุ้มครองการบริหารจัดการข้าวคงเหลือในการดูแลรักษาของรัฐ และการดำเนินการต่อผู้ต้องรับผิด จะทำให้การระบายข้าวสต๊อกรัฐบาลที่ยังคงเหลือ 13 ล้านตัน ดำเนินการได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น จากการที่มีกฎหมายเข้ามาคุ้มครองผู้ปฏิบัติหน้าที่ต่อกระบวนการขายข้าวจำนวนมหาศาล

ต้องจับตาหลังการออกประกาศคำสั่งตามมาตรา 44 ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เรื่องการคุ้มครองการบริหารจัดการข้าวคงเหลือในการดูแลรักษาของรัฐ และการดำเนินการต่อผู้ต้องรับผิด จะทำให้การระบายข้าวสต๊อกรัฐบาลที่ยังคงเหลือ 13 ล้านตัน ดำเนินการได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น จากการที่มีกฎหมายเข้ามาคุ้มครองผู้ปฏิบัติหน้าที่ต่อกระบวนการขายข้าวจำนวนมหาศาล

ชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า มาตรา 44 จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับเจ้าหน้าที่ในการทำงานมากขึ้น ทำให้การระบายข้าวมีประสิทธิภาพ และยังช่วยป้องกันไม่ให้รัฐได้รับความเสียหายจากความล่าช้าในการระบายข้าวเพราะขณะนี้ยังเหลือข้าวในสต๊อกอีกกว่า 13 ล้านตัน ที่จะต้องดำเนินการระบาย มีทั้งข้าวคุณภาพดี ข้าวเสียและข้าวเกรดซีปะปนกันไป โดยขณะนี้กรมการค้าต่างประเทศกำลังเร่งทำแผนระบายข้าวเสียและข้าวเกรดซีที่ยังเหลือในโกดัง ซึ่งจะพยายามทำแผนให้เสร็จภายในเดือน พ.ย.นี้ ส่วนจะเริ่มเปิดระบายได้เมื่อไหร่ก็ขึ้นอยู่กับความพร้อมของอุตสาหกรรมที่จะเข้าร่วมด้วย

“แม้มีมาตรา 44 มาช่วย ถ้าทำงานโดยสุจริต ก็จะได้รับความคุ้มครอง ฟ้องร้องไม่ได้ทั้งทางแพ่ง ทางอาญา และทางวินัย แต่ถ้าทำงานโดยไม่สุจริต ยังฟ้องร้องได้ตามปกติ ซึ่งคงไม่มีทางเกิดขึ้น ส่วนการใช้มาตรา 44 ในการบริหารจัดการข้าว ไม่ได้เกี่ยวข้องกับคดีการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว และคดีการขายข้าวใน รูปแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาในชั้นศาลแต่อย่างใด” ชุติมา ชี้แจง

ขณะที่ ชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ระบุว่า เห็นด้วยกับการใช้มาตรา 44 ที่จะช่วยปกป้องการระบายข้าวเกรดซี ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะขายได้ในราคาต่ำ และอาจมีประเด็นทางการเมืองต่อการฟ้องร้องตามมาในภายหลัง เพราะการมีกฎหมายคุ้มครองจะทำให้ภาครัฐตัดสินใจในการระบายข้าวได้ดียิ่งขึ้น ภาครัฐควรจะใช้โอกาสนี้นำข้าวเกรดซีที่อยู่ในสต๊อก 5 หมื่นตัน ออกมาระบายเพื่อทดลองตลาดว่าดีหรือไม่ และจะได้นำวิธีการระบายมาปรับปรุงแก้ไขให้ดียิ่งขึ้น

“การระบายข้าวเกรดซีในระยะนี้จะไม่กระทบกับราคาข้าวในตลาดปกติ เพราะเป็นการขายให้กับภาคอุตสาหกรรมเฉพาะ ไม่ได้นำมาปะปนกับตลาดบริโภคทั้งคนและสัตว์ จึงไม่กระทบด้านราคา สามารถทำได้ แต่ควรทดลองระบายออกมาปริมาณเล็กน้อยว่าดีหรือไม่ มีอะไรปรับปรุงแก้ไข จึงค่อยเพิ่มปริมาณมากขึ้นในการระบายรอบต่อไป และต้องจัดทำระบบควบคุมให้ข้าวดังกล่าวไปเข้าอุตสาหกรรมนั้นจริง” ชูเกียรติ กล่าว

อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลสามารถระบายข้าวในสต๊อกในปี 2559 ให้เหลือแค่ 5 ล้านตัน เชื่อว่าราคาข้าวในปีหน้าจะเป็นขาขึ้นแน่นอน เพราะไทยจะไม่มีสต๊อกมากดดันด้านราคา และในปีหน้ามีการประเมินออกมาแล้วว่าสต๊อกข้าวโลกจะลดต่ำสุดในรอบ 8 ปี หรือมีสต๊อกข้าวรวมกันแค่ 90 ล้านตัน จากปกติ 102-103 ล้านตัน อันเป็นผลกระทบจากเอลนินโญ ทำให้มีแนวโน้มว่าราคาข้าวจะปรับตัวสูงขึ้นจากผลผลิตที่ลดลง

“หากไทยสามารถจัดการกับปัญหาสต๊อกข้าวภายในประเทศได้สำเร็จ จะเป็นสัญญาณดีที่ราคาข้าวตั้งแต่ปีหน้าเป็นขาขึ้น เพราะผลผลิตข้าวในประเทศไทยเองก็ลดลงเช่นกัน อยู่ที่การตัดสินใจระบายข้าวสต๊อกว่าจะทำออกมาได้มากน้อยแค่ไหน ข้าวที่เสื่อมสภาพมากๆ รัฐก็ต้องยอมขายในราคาต่ำ หรือตัดทิ้งไปเลย เพื่อไม่ให้เสียค่าฝากเก็บที่เป็นภาระด้วย” ชูเกียรติ เสนอความเห็น

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน