
ทีวีดิจิทัลตั้งสมาคม ถก กสทช.เปิดทางขายทิ้ง
แม้ว่าทีวีดิจิทัลหลายช่องจะออกมาใช้งบก้อนโตปรับผังรายการใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อเรียกจำนวนผู้ชมหรือเรตติ้งเพิ่ม แต่ภาพรวมทีวีดิจิทัลในปี 2559 หลายคนมองว่า ยังน่าเป็นห่วง เนื่องจากปัจจุบันเหลือผู้เล่นเพียง 22 ราย จากเริ่มต้นมี 24 ราย เนื่องจากไม่สามารถแบกรับภาระที่เพิ่มขึ้นทุกวันได้ จึงทำให้ช่องไทยทีวี และช่องโลก้า ของ พันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย หรือ ติ๋ม ทีวีพูล ต้องยุติการออกอากาศในระบบทีวีดิจิทัลไปเมื่อเที่ยงคืนวันที่ 31 ต.ค.ที่ผ่านมา
แม้ว่าทีวีดิจิทัลหลายช่องจะออกมาใช้งบก้อนโตปรับผังรายการใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อเรียกจำนวนผู้ชมหรือเรตติ้งเพิ่ม แต่ภาพรวมทีวีดิจิทัลในปี 2559 หลายคนมองว่า ยังน่าเป็นห่วง เนื่องจากปัจจุบันเหลือผู้เล่นเพียง 22 ราย จากเริ่มต้นมี 24 ราย เนื่องจากไม่สามารถแบกรับภาระที่เพิ่มขึ้นทุกวันได้ จึงทำให้ช่องไทยทีวี และช่องโลก้า ของ พันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย หรือ ติ๋ม ทีวีพูล ต้องยุติการออกอากาศในระบบทีวีดิจิทัลไปเมื่อเที่ยงคืนวันที่ 31 ต.ค.ที่ผ่านมา
สุภาพ คลี่ขจาย นายกสมาคมโทรทัศน์ดิจิทัล (เดิมตั้งเป็นชมรม) กล่าวว่า แนวโน้มทีวีดิจิทัลในปี 2559 มองว่าจะยังไม่ดีขึ้น เพราะภาพรวมของอุตสาหกรรมโฆษณายังคงชะลอตัว เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจไม่ดีขึ้น แม้ว่าขณะนี้จะมีเม็ดเงินจากภาครัฐเข้ามาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ ยังคงมีปัญหาในเรื่องเดิมๆ เข้ามาส่งผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการติดตั้งกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัล (เซตท็อปบ็อกซ์) ที่ประชาชนส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ความเข้าใจ ส่งผลให้กล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัลที่แต่ละคนนำคูปองไปแลกมาไม่เกิดการติดตั้งจริง เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ยังมีความเข้าใจว่า ติดตั้งกล่องแล้วสามารถรับชมทีวีดิจิทัลได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้เสาสูง แต่ความเป็นจริงแล้วต้องใช้เสาสูง 6 เมตรติดตั้งนอกอาคาร จึงจะสามารถรับชมภาพได้ชัดเจน
อีกหนึ่งปัญหาที่ทำให้ประชาชนไม่อยากติดตั้งกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัล คือ โครงข่ายสัญญาณทีวีดิจิทัลที่ยังติดตั้งไม่สมบูรณ์ตามกรอบเวลาที่ตั้งไว้ จึงทำให้เกิดปัญหาในการรับชม และทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ ยังคงเลือกที่จะรับชมทีวีดิจิทัลผ่านแพลตฟอร์มทีวีดาวเทียม และเคเบิลทีวี (กว่า 70% ของผู้ชมโทรทัศน์)
สุภาพ กล่าวต่อไปว่า ในช่วงกว่า 1 ปีที่ผ่านมา สถานการณ์ของผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลยังคงแย่เหมือนเดิม มีเพียงไม่กี่ช่องที่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังคงมีรายจ่ายมากกว่ารายรับ และในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าหรือเดือน พ.ค. 2559 ผู้ประกอบการทุกราย ก็ต้องเตรียมตัวจ่ายค่าใบอนุญาตรอบที่ 3 ซึ่งถือเป็นรายจ่ายที่สูง และสวนทางกับรายได้ที่ผู้ประกอบการได้รับ เพราะช่วงปีแรกๆ ของการดำเนินธุรกิจจะมีรายรับน้อย
แนวทางการเปลี่ยนผ่านทีวีดิจิทัลของไทยที่เกิดขึ้น หากนำมาเปรียบเทียบกับกรณีของไอทีวีที่เข้าประมูลขอใบอนุญาตกับสำนักนายกรัฐมนตรี ถือว่ามีความแตกต่างกันเป็นอย่างมาก เนื่องจากกรณีดังกล่าวทางสำนักนายกฯ วางแนวทางไว้ให้ไอทีวีสามารถตั้งหลักในการทำธุรกิจได้ก่อน ด้วยการให้ออกอากาศไประยะหนึ่ง พอมีโฆษณาเข้าจึงเริ่มให้จ่ายค่าใบอนุญาตเยอะ ซึ่งจะเฉลี่ยกันไปจนครบ 25 ปี แต่ครั้งนี้กลับวางแนวทางให้ตอนต้นจ่ายเยอะก่อน ทั้งที่ผู้ประกอบการแต่ละรายมีรายรับกลับเข้ามาน้อย
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าว จึงทำให้ทีวีดิจิทัลหลายช่องในขณะนี้อยู่ในภาวะวิกฤต เนื่องจากไม่มีเงินไหลเข้ามา ซึ่งถือเป็นปัญหาที่น่าเป็นห่วงมาก และถ้าไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้ประเทศไทยจะเป็นประเทศแรกที่ล้มเหลวกับการเปลี่ยนผ่านทีวีอะนาล็อกสู่ทีวีดิจิทัล
สุภาพ กล่าวว่า เมื่อเจอภาวะแบบนี้สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ควรออกมาแก้กฎหมาย หรือใช้คำสั่งในมาตรา 44 ให้ผู้ถือใบอนุญาตทีวีดิจิทัลสามารถเปลี่ยนมือได้ เพื่อให้ผู้ประกอบการรายใหม่ที่ต้องการจะเข้ามาลงทุนในทีวีดิจิทัลมีความมั่นใจ แต่เนื่องจากขณะนี้มีกฎหมายบังคับไม่ให้ใบอนุญาตสามารถเปลี่ยนมือได้ จึงทำให้ไม่มีผู้ประกอบการรายใหม่กล้าเสี่ยงที่จะเข้ามาลงทุนในทีวีดิจิทัล
พร้อมกันนี้ คณะกรรมการภายใน กสทช.ควรมีน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เพื่อจับมือกันเปลี่ยนผ่านทีวีดิจิทัลให้สำเร็จ ขณะเดียวกันก็ควรออกมากำกับดูแลการติดตั้งโครงข่ายทีวีดิจิทัลให้เดินไปตามกรอบที่กำหนด พร้อมกับออกมาใช้งบทำการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบถึงประโยชน์ของการรับชมทีวีดิจิทัล เพราะเงินที่ กสทช.ได้รับไปจากการประมูลใบอนุญาตทีวีดิจิทัลเป็นเงินที่มหาศาล แต่ไม่ยอมนำออกมาใช้เพื่อการประชาสัมพันธ์ เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านสมบูรณ์
อย่างไรก็ดี แม้ว่าขณะนี้จะยังมีปัญหารอบด้านรุมเร้า แต่ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลยังคงเดินหน้ากัดฟันช่วยเหลือตัวเอง ด้วยการใช้งบลงทุนพัฒนาคอนเทนต์หรือเนื้อหาใหม่ๆ มาออกอากาศ เพื่อเรียกเรตติ้งและเรียกความสนใจจากเอเยนซีโฆษณา เพราะถ้าดึงงบโฆษณาเข้ามาได้ก็จะมีรายได้หล่อเลี้ยง
แต่ก่อนที่จะไปถึงจุดนั้น ผู้ประกอบการก็พยายามรัดเข็มขัด รีดไขมันเต็มที่ เพื่อให้ช่องของตัวเองอยู่รอดจากวิกฤตครั้งนี้







