posttoday
เซ็นทรัล-ดุสิตชี้ปลายปีฟื้น แนะรัฐเน้นท่องเที่ยวคุณภาพ

เซ็นทรัล-ดุสิตชี้ปลายปีฟื้น แนะรัฐเน้นท่องเที่ยวคุณภาพ

03 พฤศจิกายน 2558

เข้าสู่โค้งสุดท้ายอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวปีนี้แล้ว เป็นโค้งสำคัญมากๆ ที่หลายคนต่างลุ้นว่าการท่องเที่ยวจะคึกคักได้เต็มที่

โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย, จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

เข้าสู่โค้งสุดท้ายอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวปีนี้แล้ว เป็นโค้งสำคัญมากๆ ที่หลายคนต่างลุ้นว่าการท่องเที่ยวจะคึกคักได้เต็มที่ หลังผ่านเหตุระเบิดแยกราชประสงค์หรือไม่ ดูแววแล้วการท่องเที่ยวก็น่าจะฟื้นจริง แต่อาจไม่มากดั่งคาด เพราะปัจจัยภายนอกประเทศเป็นตัวแปรสำคัญ

ธีระยุทธ จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา เปิดเผยว่า แนวโน้มการท่องเที่ยว 2 เดือนสุดท้ายปีนี้ คาดว่าคึกคักเหมือนทุกปี หากไม่มีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นอีก อัตราการจองห้องพักโรงแรมย่านราชประสงค์เต็ม 100% ช่วงปลายปีแน่นอน ขณะนี้ยอดจองห้องพักเดือน พ.ย.ของโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ มีเข้ามามากกว่า 50% แล้วคาดว่าสิ้นเดือนจะมีอัตราเข้าพัก 80%

“การแข่งขันธุรกิจโรงแรมย่านราชประสงค์รุนแรง โดยเฉพาะการจัดโปรโมชั่น ลด แลก แจก แถม อาทิ พัก 5 คืน แถมฟรี 1 คืน หรือแถมการทำสปา เพื่อช่วงชิงลูกค้า กระตุ้นอัตราการจองห้องพัก เพราะหลังเหตุวางระเบิดทำให้การท่องเที่ยวบริเวณดังกล่าวค่อนข้างซบเซาต่อเนื่อง”ธีระยุทธ กล่าว

สำหรับการท่องเที่ยวในหัวหินและกระบี่ ยอดจองห้องพักดี ส่วนพัทยาตลาดยังซบเซาหลังนักท่องเที่ยวรัสเซียหายไป เพราะปัจจัยเศรษฐกิจและค่าเงินรัสเซียเอง โดยภาพรวมเครือเซ็นทาราตั้งเป้ารายได้โต 10% ใกล้เคียงเป้าหมาย

ธีระยุทธ มองว่า นโยบายการท่องเที่ยวของภาครัฐขณะนี้ ต้องการกระตุ้นนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวไทยในเชิงปริมาณมากกว่าเน้นคุณภาพ ทั้งที่จริงภาครัฐควรสร้างความสมดุลมากกว่านี้ระหว่างนักท่องเที่ยวจีนและยุโรป ที่ผ่านมารัฐบาลเน้นกระตุ้นนักท่องเที่ยวจีน นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เข้ามาพักในไทยระยะสั้น 3 วัน จองห้องพักเฉลี่ย 1,000 บาท/คืน เมื่อเทียบกับยุโรปที่มาอยู่ยาว 10 วัน จองห้องพัก 4,000-5,000 บาท/คืน ซึ่งการใช้จ่ายต่างกันมาก หากเป็นไปได้ฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) เดือน พ.ย.-ก.พ. นักท่องเที่ยวยุโรปมาไทยมาก ก็ควรหันไปทำตลาดยุโรปมากกว่า

“หากจะขับเคลื่อนภาคการท่องเที่ยวให้โต นโยบายการท่องเที่ยวต้องทำต่อเนื่อง เช่น โครงการ 12 เมืองต้องห้าม...พลาด อยากให้สานต่อ เพราะทำให้การท่องเที่ยวไม่กระจุกตัวแค่หัวเมืองใหญ่อย่างภูเก็ต หรือเชียงใหม่ และหากภาครัฐเน้นเจาะนักท่องเที่ยวเอเชีย ควรหาตลาดญี่ปุ่น เกาหลี อินเดีย มาเสริมมากกว่าเน้นจีนเป็นหลัก” ธีระยุทธ กล่าว

ชนินทธ์ โทณวณิก กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดุสิตธานี ผู้ดำเนินธุรกิจเครือโรงแรมดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล, วิทยาลัยดุสิตธานี และโรงเรียนดุสิตธานีการโรงแรม กล่าวว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศให้ดีขึ้น น่าจะส่งผลทัน ช่วยให้ตลาดการท่องเที่ยวในประเทศดีขึ้น 2 เดือนสุดท้ายปีนี้ จากที่ผ่านมาตลาดประชุม สัมมนาในประเทศลดลงมาก เพราะบริษัทต่างๆ ไม่มั่นใจภาวะเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม การท่องเที่ยวไทย พึ่งพิงตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นหลัก ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศหลายจุดมีปัญหา และบางตลาดมีปัญหาอื่นอีก เป็นเรื่องสำคัญที่ส่งผลไฮซีซั่นนี้มากกว่า เช่น ยุโรป มีเรื่องผู้ลี้ภัย ทำให้คนยุโรประวังและเป็นห่วงบ้าน จะเดินทางระยะใกล้ๆ ไม่เดินทางไกล ขณะที่เอเชียมาเที่ยวไทยมาก จนจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทยโตสูง แต่เอเชียพัก 3-4 วัน ต่างจากยุโรปพัก 3 สัปดาห์-1 เดือน และราคาห้องพักที่ได้ต่ำกว่า จึงไม่ใช่เรื่องน่าดีใจที่ปริมาณนักท่องเที่ยวมาก แต่รายได้ต่อห้องพักไม่เพิ่ม

“การท่องเที่ยวไฮซีซั่นนี้ดีกว่าปีที่ผ่านมาแน่นอน อัตราเข้าพักเฉลี่ยเครือดุสิตน่าจะอยู่ที่ 75-80% แต่แม้การท่องเที่ยวดี รัฐก็ควรเร่งดูแลปัญหาคุณภาพการบิน เมื่อนักท่องเที่ยวมามาก สนามบินแน่น ต้องมีแผนขยายสนามบินรองรับ อีกทั้งที่ผ่านมาเกิดเหตุอะไร ไทยจะใช้วิธีลดราคาดึงนักท่องเที่ยว ทำให้ต่างชาติมองไทยเป็นจุดหมายราคาถูก ราคาห้องพักเพิ่มไม่ได้ โดยราคาปัจจุบันเท่า 8 ปีก่อน ขณะที่ประเทศอื่นเพิ่มแล้ว 100% หากเป็นไปได้ รัฐต้องเร่งแก้ปัญหาภาพลักษณ์ไทยไม่ให้ต่างชาติมองเป็นจุดหมายราคาถูก แต่เป็นจุดหมายการท่องเที่ยวคุณภาพดี เพื่อให้ทำราคาได้ดีขึ้น” ชนินทธ์ กล่าว

ชนินทธ์ กล่าวอีกว่า อนาคตการท่องเที่ยวไทยยังโตต่อเนื่อง ทำให้ความต้องการแรงงานสูงขึ้นจนจำนวนแรงงานที่เข้าสู่ภาคการท่องเที่ยวไม่เพียงพอ ขาดแคลนแรงงานภาคการท่องเที่ยว 4-5 หมื่นคน/ปี จึงอยากส่งเสริมให้คนไทยที่เรียนจบมัธยมศึกษาต้นต้นหรือตอนปลาย มองการเรียนอาชีวะ หลักสูตรระยะสั้นด้านการท่องเที่ยวเป็นทางเลือก ขณะนี้โรงเรียนดุสิตธานีการโรงแรมมีหลักสูตรนี้อยู่ ระยะสั้นที่สุด 6 เดือน จบแล้วทำงานได้เลย เชื่อว่าคนที่เรียนระยะสั้นด้านการโรงแรมไม่ตกงานแน่นอน เพราะความต้องการสูง ตั้งเป้าโรงเรียนนี้จะทำให้ภาพลักษณ์อาชีวะในสายตาคนไทยดีขึ้น อยากเรียนมากขึ้น

แม้การท่องเที่ยวท้ายปีนี้จะสดใส รัฐและเอกชนก็ต้องไม่ลืมเตรียมตัวพร้อมรับการเติบโตของภาคการท่องเที่ยวในอนาคตและปรับตัวรับความท้าทายใหม่ๆ ด้วย

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี