posttoday
คริสตัล ลากูนส์ วางไทยฮับอาเซียน

คริสตัล ลากูนส์ วางไทยฮับอาเซียน

02 พฤศจิกายน 2558

ด้วยระยะเวลาเพียง 7 ปี คริสตัล ลากูนส์ บริษัทพัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรมด้านน้ำ สามารถสร้างผลงานลากูน หรือทะเลสาบ ที่มีน้ำใสดุจคริสตัลถึงกว่า 300 โครงการ ใน 60 ประเทศทั่วโลก

ด้วยระยะเวลาเพียง 7 ปี คริสตัล ลากูนส์ บริษัทพัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรมด้านน้ำ สามารถสร้างผลงานลากูน หรือทะเลสาบ ที่มีน้ำใสดุจคริสตัลถึงกว่า 300 โครงการ ใน 60 ประเทศทั่วโลก

ทั้งนี้ล่าสุด คริสตัล ลากูนส์ ได้ขยายธุรกิจสู่ประเทศไทย โดยเข้ามาจัดตั้งสำนักงานในประเทศไทย เพื่อวางให้ไทยเป็นศูนย์กลาง หรือฮับ ในการขยายตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมปักธงพัฒนาโครงการแรกที่โครงการมหาสมุทร คันทรี่ คลับ หัวหิน ซึ่งเป็นเมกะโปรเจกต์ขนาดใหญ่ของบริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น บนพื้นที่ถึง 45 ไร่

ไฮเม ริเวรา ผู้อำนวยการประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของคริสตัล ลากูนส์ เปิดเผยว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่มีความสำคัญต่อคริสตัล ลากูนส์ ในการพัฒนาผลงานให้เป็นที่รู้จักในอาเซียน โดยนับจากนี้จะขยายธุรกิจไปยังประเทศต่างๆ ในอาเซียนอย่างต่อเนื่อง โดยมีไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย และเกาหลี เป็นตลาดยุทธศาสตร์หลัก

นอกจากนี้ ยังมองโอกาสขยายตลาดไปยังประเทศนอกอาเซียน อาทิ จีน ออสเตรเลีย ดูไบ ตุรกี ญี่ปุ่น สหรัฐ ฯลฯ โดยปัจจุบัน คริสตัล ลากูนส์ มีสำนักงาน 3 แห่ง ในสหรัฐรวมสำนักงานใหญ่ หนึ่งแห่งในแม็กซิโก และประเทศไทยเป็นสำนักงานล่าสุด

สำหรับโอกาสในประเทศไทยนั้น ริเวรา กล่าวว่า เป็นตลาดที่มีโอกาสขยายตัวของเทคโนโลยีลากูนได้อีกมาก โดยเฉพาะในจังหวัดใหญ่ๆ ที่ไม่ติดทะเล หรือแหล่งน้ำขนาดใหญ่ โดยเฉพาะในภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์ ที่ต้องการสร้างสิ่งดึงดูดใจนักท่องเที่ยว หรือลูกค้าโครงการ เนื่องจากลากูนจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับโครงการได้อย่างมาก

นอกจากนี้ ยังสำรวจตลาดทั่วโลก พบว่า มีความต้องการสร้างลากูนอีกไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นแห่ง ซึ่งบริษัทมีความได้เปรียบจากการเป็นผู้พัฒนาเทคโนโลยีด้านนี้เพียงรายเดียวในโลก และมีการจดสิทธิบัตรแล้วในกว่า 160 ประเทศทั่วโลก ทำให้กลายเป็นโอกาสอีกมหาศาลของบริษัทในการขยายธุรกิจ

“โครงการของคริสตัล ลากูนส์ ที่มีอยู่ทั่วโลกในปัจจุบัน ตอกย้ำให้เห็นว่า แนวคิดอันเป็นเอกลักษณ์นี้สามารถเปลี่ยนพื้นที่ใดก็ตามบนโลกให้กลายเป็นลากูนในขนาดที่ไร้ขีดจำกัด อีกทั้งยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีทัศนียภาพอันสวยงามและโดดเด่นด้วยสีฟ้าแห่งท้องทะเลที่ใสสะอาด”

ในส่วนของโครงการที่พัฒนาขึ้นภายใต้ความร่วมมือกับ บริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น ซึ่งเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ ผู้พัฒนาโครงการมหานครและดีน แอนด์ เดลูก้า จึงถือเป็นโอกาสอันดีของคริสตัล ลากูนส์เช่นกัน ในการสร้างการรับรู้ไปยังกลุ่มเป้าหมายโรงแรม รีสอร์ท และโครงการอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยที่ต้องการเพิ่มมูลค่าโครงการ

ขณะเดียวกัน ในตลาดสำคัญที่บริษัทให้ความสำคัญในอาเซียน อย่างไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซียนั้น ยังมองเห็นโอกาสจากตลาดนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าไปท่องเที่ยวยังประเทศดังกล่าว และต้องการพักในโครงการที่มีความสะดวกสบาย เห็นได้จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามายังประเทศไทยปีละ 25 ล้านคน มาเลเซีย 30 ล้านคน และหากรวมทั้งอาเซียนในแต่ละปี มีนักท่องเที่ยวถึงปีละ 85 ล้านคน

“บริษัทเป็นผู้ออกแบบลากูนให้ตามความต้องการของลูกค้าในแต่ละทำเล ตามที่ลูกค้าต้องการ เหมาะกับสถานที่ที่ต้องการสร้างแหล่งพักผ่อนให้นักท่องเที่ยว เช่นในดูไบ ที่สามารถสร้างลากูนขนาดใหญ่กลางทะเลทราย และทำให้โครงการนั้นมีมูลค่าเพิ่มขึ้นมาไม่ต่ำกว่า 20-50%”

ริเวรา กล่าวอีกว่า การประมาณราคาการก่อสร้างคริสตัล ลากูนส์ แต่ละแห่งนั้น มีมูลค่าโดยประมาณ ตั้งแต่ 3.2 ล้านบาท/ไร่ (สำหรับคริสตัล ลากูนส์ ที่มีขนาด 30 ไร่ขึ้นไป) จนถึง 6.5 ล้านบาท/ไร่ (สำหรับคริสตัล ลากูนส์ ที่มีขนาด 7 ไร่) อย่างไรก็ตามตัวเลขนี้ขึ้นอยู่กับอีกหลากหลายส่วนประกอบสำคัญอาทิ ขนาด โครงสร้าง และการออกแบบของแต่ละคริสตัล ลากูนส์ในแต่ละโครงการอีกด้วย และยิ่งขนาดใหญ่ต้นทุนการก่อสร้างก็จะยิ่งถูกลง

ที่ผ่านมา คริสตัล ลากูนส์ ได้ก่อสร้างลากูนแล้วกว่า 300 โครงการ โดยมูลค่าโครงการของลูกค้านั้นมีหลากหลายขนาดเริ่มต้นจากโครงการที่มีมูลค่าตั้งแต่ 100-150 ล้านเหรียญสหรัฐ จนถึงโครงการมูลค่า 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

จนถึงปัจจุบันโครงการของคริสตัล ลากูนส์ อยู่ในทั้ง 5 ทวีป รวม 60 ประเทศ อาทิ สหรัฐ ซาอุดิอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อียิปต์ ไทย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ชิลี จอร์แดน เม็กซิโก บราซิล โคลัมเบีย อาร์เจนตินา เปรู ปารากวัย อุรุกวัย และอื่นๆ

พร้อมกันนี้ ยังเตรียมขยายธุรกิจไปยังอุตสาหกรรมประยุกต์อื่นๆ ด้านน้ำ เช่น การผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเล ด้วยเทคโนโลยีการบำบัดน้ำที่ช่วยลดต้นทุนของระบบรีเวอร์สออสโมซิสได้อย่างมาก รวมไปถึงการบำบัดน้ำเพื่ออุตสาหกรรมทำเหมือง เป็นต้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท