
แม้มีประเด็นกดดัน แต่มอง Downside ตลาดหุ้นจำกัด
ความปั่นป่วนในตลาดเงินตลาดทุนเกิดขึ้นอีกครั้ง หลังเฟดเปิดช่องโอกาสในการขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมรอบ วันที่ 15-16 ธ.ค. 2558 โดยในวันแรกที่รู้ผลประชุมเฟด ตลาดหุ้นในภูมิภาค Southeast Asia พร้อมใจกันปรับลงหนัก JSX Index ของอินโดนีเซียร่วงแรงกว่า 2.97% PSE Index ของฟิลิปปินส์ ก็ลง 1.37% ส่วน SET Index แย่ไม่แพ้กันลงแรงกว่า 1.36% ภาพการปรับร่วงของดัชนีสอดคล้องกับกระแสเงินทุนไหลออก โดยนักลงทุนต่างประเทศทำการขายสุทธิทั้ง 3 ประเทศรวมกันกว่า 178 ล้านเหรียญสหรัฐ (รวมขายสุทธิทั้ง 3 ประเทศ 2 วันติดต่อกันกว่า 286 ล้านเหรียญสหรัฐ)
ความปั่นป่วนในตลาดเงินตลาดทุนเกิดขึ้นอีกครั้ง หลังเฟดเปิดช่องโอกาสในการขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมรอบ วันที่ 15-16 ธ.ค. 2558 โดยในวันแรกที่รู้ผลประชุมเฟด ตลาดหุ้นในภูมิภาค Southeast Asia พร้อมใจกันปรับลงหนัก JSX Index ของอินโดนีเซียร่วงแรงกว่า 2.97% PSE Index ของฟิลิปปินส์ ก็ลง 1.37% ส่วน SET Index แย่ไม่แพ้กันลงแรงกว่า 1.36% ภาพการปรับร่วงของดัชนีสอดคล้องกับกระแสเงินทุนไหลออก โดยนักลงทุนต่างประเทศทำการขายสุทธิทั้ง 3 ประเทศรวมกันกว่า 178 ล้านเหรียญสหรัฐ (รวมขายสุทธิทั้ง 3 ประเทศ 2 วันติดต่อกันกว่า 286 ล้านเหรียญสหรัฐ)
เฉพาะในไทยนักลงทุนต่างประเทศมีการขายสุทธิมา 3 วันติดต่อกันกว่า 5,700 ล้านบาท คาดว่าจะขายเบาลงเรื่อยๆ เนื่องจากยอดซื้อในช่วงวันที่ 1-26 ต.ค. 2558 ซึ่งเป็นช่วงที่ตลาดปลอดความกังวลและไม่คิดว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ ช่วงเวลาดังกล่าวได้เกิดกระแสเงินทุนไหลเข้า และนักลงทุนต่างประเทศได้เข้ามาซื้อสุทธิราว 8,200 ล้านบาท ตอนนี้ขายไปแล้ว 5,700 ล้านบาท ในจำนวนนี้เชื่อว่าส่วนใหญ่จะเป็นการขายทำกำไรจากยอดซื้อ 8,200 ล้านบาท ทำให้ปริมาณที่จะเหลือขายไม่น่าจะมีมากเท่าไหร่นัก
แม้ว่านักลงทุนต่างประเทศอาจเหลือของที่จะขายไม่มาก แต่ที่น่าเป็นห่วงก็คือยอดซื้อสะสมของพอร์ตโบรกเกอร์ ในช่วงไล่ตามกระแสเงินทุนไหลเข้าตั้งแต่วันที่ 5-22 ต.ค. 2558 มีสูงถึง 1.58 หมื่นล้านบาท ใน 3 วันที่ผ่านมาเพิ่งจะมีการระบายขายออกมาเพียง 4,230 ล้านบาทเท่านั้น ยังเหลือของที่จะระบายอีกมาก ตรงนี้เป็นสิ่งที่ต้องระมัดระวังให้มาก เพราะพอร์ตโบรกเกอร์พร้อมที่จะขายออกได้ตลอด หากเกิดข่าวลบหรือการเคลื่อนไหวของตลาดในภูมิภาคไม่เป็นใจ ซึ่งจะกลายเป็นตัวซ้ำสถานการณ์ให้แย่ลงได้
คาดว่า SET Index ในสัปดาห์นี้ยังจะขึ้นได้ลำบาก โดยคาดว่า SET Index มีโอกาสปรับลดลงเพื่อทดสอบ 1,380 หรือ 1,374 จุดได้ อย่างไรก็ตามตลาดยังมีความหวังจากการส่งคำสั่งซื้อ LTF ที่จะเข้ามาเมื่อ SET Index ปรับลงมาอยู่ในระดับที่น่าสนใจ ซึ่งตามปกติแล้วยอดซื้อ LTF มักจะมีเข้ามาในช่วงเดือน พ.ย.-ธ.ค. 2558 และจะเป็นตัวช่วยทำให้ SET Index สามารถที่จะให้ผลตอบแทนในช่วงเวลาดังกล่าวเฉลี่ย 10 ปีที่ผ่านมาเป็นบวกได้ โดยในปี 2558 นี้ฝ่ายวิจัยคาดว่าน่าจะเห็นเม็ดเงิน LTF เข้ามาในช่วง พ.ย.-ธ.ค. ประมาณ 3-3.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งน่าจะเป็นตัวหลักที่ประคองตลาดให้ยังสามารถยืนเหนือแนว 1,370 จุดได้
กลยุทธ์ในช่วงที่ตลาดมีความเสี่ยงต่อการปรับฐาน ฝ่ายวิจัยแนะให้สะสมหุ้น 2 สูง คือ High Dividend + High Upside โดยใช้เกณฑ์ Upside มากกว่า 15% และอัตราการจ่ายปันผลต่อปีเกิน 5% จะได้หุ้น ADVANC INTUCH SPALI SC AP QH BTS







