posttoday
Combination Order ทำกำไรจาก Spread

Combination Order ทำกำไรจาก Spread

30 ตุลาคม 2558

โดย...บริษัท ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย)

โดย...บริษัท ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย)

ปัจจุบันระบบการซื้อขายของ TFEX เปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนสามารถส่งคำสั่งซื้อขายได้ในหลายรูปแบบด้วยกัน เพื่ออำนวยความสะดวกและตอบสนองกลยุทธ์การลงทุนที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Market Order (MP) หรือคำสั่งซื้อหรือขายทันที ณ ราคาที่ดีที่สุดในขณะที่สั่ง Limit Order (Limit) หรือคำสั่งซื้อขายที่ระบุราคาที่แน่นอน Stop Order หรือรูปแบบคำสั่งที่จะรออยู่ในระบบซื้อขายจนกว่าเงื่อนไขด้านราคาที่ระบุไว้เป็นไปตามที่กำหนดจึงจะเริ่ม Execute รวมไปถึงรูปแบบการซื้อขายแบบ Combination Order ที่เป็นการส่งคำสั่งซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหลายสัญญาพร้อมกัน

ในการส่งคำสั่งซื้อขายแบบ Combination Order นั้น จะเป็นการส่งคำสั่งซื้อและขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหลายสัญญาพร้อมกันในคราวเดียว ซึ่งใช้เมื่อผู้ลงทุนเห็นว่ามีโอกาสทำกำไรจากส่วนต่างของราคาฟิวเจอร์สที่มีอายุต่างกัน เนื่องจากเห็นว่าส่วนต่างราคาจะมีการเปลี่ยนแปลงไปในอนาคต โดยเมื่อผู้ลงทุนส่งคำสั่งซื้อขายไปแล้ว สัญญาจะยังไม่ได้รับการจับคู่จนกว่าระบบจะสามารถจับคู่คำสั่งซื้อขายในสัญญาทุกตัวในราคาตามที่ระบุไว้ได้พร้อมๆ กัน

ปัจจุบัน TFEX ได้อำนวยความสะดวกให้ผู้ลงทุนสามารถส่งคำสั่งซื้อขายแบบ Combination Order ในสัญญาฟิวเจอร์สที่มีสินค้าอ้างอิงเดียวกันแต่มีเดือนหมดอายุไม่ตรงกันจำนวน 2 สัญญาพร้อมกันในคำสั่งเดียว โดยคำสั่ง “ซื้อ” Combination จะหมายถึง “ซื้อสัญญาเดือนไกล พร้อมๆ กับขายสัญญาเดือนใกล้” ในขณะที่คำสั่ง “ขาย” Combination จะกลับกัน กล่าวคือ “ซื้อสัญญาเดือนใกล้ ขายสัญญาเดือนไกล”

ตัวอย่างเช่น กรณีที่ผู้ลงทุนส่งคำสั่งซื้อ S50U15Z15 ที่ราคา 2 จุด จะหมายความว่า ผู้ลงทุนต้องการซื้อ (Long) S50Z15 และขาย (Short) S50U15 พร้อมกัน โดยมีเงื่อนไขว่าราคาของ S50Z15 ลบด้วยราคาของ S50U15 ต้องไม่สูงกว่า 2 จุด ในกรณีที่ผู้ลงทุนส่งคำสั่งขาย S50U15Z15 ที่ราคา 1 จุด จะหมายความว่า ผู้ลงทุนต้องการซื้อ (Long) S50U15 และขาย (Short) S50Z15 พร้อมกัน โดยมีเงื่อนไขว่าราคาของ S50Z15 ลบด้วยราคาของ S50U15 ต้องไม่ต่ำกว่า 1 จุด ทั้งนี้ ความแตกต่าง 1 จุด จะมีมูลค่าเท่ากับ 200 บาท หรือมีค่าเท่ากับ Multiplier ของสัญญาซื้อขายล่วงหน้า SET50 Index Futures นั่นเอง

การใช้ Combination Order เป็นการอำนวยความสะดวกให้ผู้ลงทุนสามารถใช้กลยุทธ์ Calendar Spread ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่สร้างผลตอบแทนจากส่วนต่างของราคาของสัญญาที่มีสินค้าอ้างอิงเดียวกัน แต่หมดอายุไม่ตรงกันได้ด้วยการส่งคำสั่งเพียงครั้งเดียว โดยในกรณีที่ผู้ลงทุนคาดว่าส่วนต่างราคาสูงเกินไป ให้ทำการ Short Spread โดยส่งคำสั่งขาย Combination Order ในทางกลับกัน หากผู้ลงทุนคาดว่าส่วนต่างราคาต่ำเกินไป ให้ทำการ Long Spread โดยส่งคำสั่งซื้อ Combination Order เช่น ณ สิ้นเดือน ก.ค. 2558 ผู้ลงทุนพิจารณาส่วนต่างระหว่าง S50Z15 และ S50U15 พบว่าอยู่ที่ ลบ 8 จุด ซึ่งเป็นระดับที่ผู้ลงทุนมีความเห็นว่าต่ำเกินไป และภายในระยะเวลา 1 เดือนส่วนต่างดังกล่าวน่าจะปรับตัวสูงขึ้นจึงทำการ Long Spread โดยการส่งคำสั่งซื้อ S50U15Z15 ที่ส่วนต่างราคา ลบ 8 จุด เมื่อเวลาผ่านไป 1 เดือน ณ วันที่ 31 ส.ค. 2558 ส่วนต่างราคาระหว่าง S50Z15 และ S50U15 ปรับตัวมาอยู่ที่ระดับ ลบ 5.6 จุด ผู้ลงทุนสามารถขายทำกำไรด้วยการส่งคำสั่งขาย S50U15Z15 และสามารถทำกำไรจากการลงทุนได้เท่ากับ (-5.6 – (-8)) = 2.4 จุด หรือคิดเป็นเงินจำนวน 2.4 x 200 = 480 บาท

การส่งคำสั่งแบบ Combination Order นั้น มีข้อดีที่สำนักหักบัญชี หรือ TCH จะกำหนดให้ผู้ลงทุนวางเงินหลักประกัน (Margin) ในปริมาณที่ต่ำกว่าการลงทุนแบบแยกสัญญา เนื่องจากเป็นการส่งคำสั่งซื้อและคำสั่งขายในสัญญาประเภทเดียวกัน 2 สัญญา ซึ่งมีความสัมพันธ์ในระดับสูง กลยุทธ์การลงทุนนี้จึงถือว่าเป็นกลยุทธ์การลงทุนที่มีความเสี่ยงค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับการลงทุนแยกสัญญา

อย่างไรก็ตาม ผู้ลงทุนที่ต้องการใช้กลยุทธ์ลงทุนนี้ ควรคำนวณก่อนว่าค่าคอมมิชชั่นในการเปิดและปิดสัญญาทั้งสองข้าง จะคุ้มกับกำไรที่เกิดจากส่วนต่างของราคาที่จะเปลี่ยนไปหรือไม่ นอกจากนี้ เมื่อเปิดสถานะไปแล้ว หากผู้ลงทุนปิดสถานะสัญญาเพียงด้านเดียว หรือปล่อยให้สัญญาหนึ่งหมดอายุลงโดยไม่ได้ทำการ Roll Over ส่วนลดเงินหลักประกันที่ผู้ลงทุนได้จะเปลี่ยน ผู้ลงทุนจะต้องวาง Margin ในระดับที่สูงขึ้น สำหรับผู้ลงทุนที่สนใจสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากโบรกเกอร์ที่ท่านใช้บริการหรือเว็บไซต์ www.tfex.co.th

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ