
JASอวดกำไร882ล้าน
จัสมินฯ เปิดกำไรตามคาด ไตรมาส 3 โกย 882 ล้าน อินเทอร์เน็ตดีขึ้น ขายสินทรัพย์
จัสมินฯ เปิดกำไรตามคาด ไตรมาส 3 โกย 882 ล้าน อินเทอร์เน็ตดีขึ้น ขายสินทรัพย์
บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล (JAS) เปิดเผยผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 3 ปี 2558 มีกำไรสุทธิ 882 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 234 ล้านบาท เติบโตประมาณ 36.11% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 648 ล้านบาท และรวม 9 เดือนแรกปีนี้ กำไรทั้งสิ้น 14,660 ล้านบาท เทียบกับกำไรสุทธิเพียง 2,385 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันปีก่อน ขยายตัวถึง 12,275 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นกว่า 514%
นายพิชญ์ โพธารามิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร JAS เปิดเผยว่า ในไตรมาส 3 บริษัทมีรายได้รวม 4,081 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 967 ล้านบาท หรือประมาณ 31% จากระยะเดียวกันที่มีรายได้รวม 3,114 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากบริษัท ทริปเปิลที บรอดแบนด์ (TTTBB) ซึ่งมีลูกค้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้นสุทธิ 100,112 ราย เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2557 ซึ่งจำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้นสุทธิอยู่ที่ 63,424 ราย คิดเป็น 58% ทำให้จำนวนลูกค้าที่ใช้บริการ 3BB ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2558 มีจำนวนทั้งสิ้น 1.95 ล้านราย
กำไรที่ดีขึ้นมากมาจากกำไรจากการดำเนินงาน จำนวน 786 ล้านบาท รวมถึงกำไรจากการขายสินทรัพย์เข้ากองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต จัสมิน (JASIF) สุทธิ จำนวน 277 ล้านบาท จากการส่งมอบทรัพย์สินเส้นใยแก้วนำแสงเพิ่มเติมให้กับกองทุนในไตรมาส 3 ปี 2558 ขณะเดียวกันได้บันทึกสำรองการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน จำนวน 121 ล้านบาท บันทึกสำรองหนี้สงสัย
จะสูญของ TTTBB จำนวน 57 ล้านบาท โดย TTTBB มีการเปลี่ยนการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญสำหรับลูกหนี้ที่มียอดค้างชำระจากเดิม 6 เดือน เป็น 3 เดือน รวมถึงการบันทึกสำรองประมาณการหนี้สินตามแผนฟื้นฟูกิจการเพิ่มขึ้นอีกจำนวน 3 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน JASIF มีรายได้รวม 1,252 ล้านบาท ในไตรมาส 3 มีการเพิ่มขึ้นในสินทรัพย์สุทธิจากการดำเนินงานจำนวน 1,160 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2558 ซึ่งสินทรัพย์สุทธิจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นสุทธิจำนวน 1,130 ล้านบาท คิดเป็น 3%
ด้านคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 9 เดือนแรกปีนี้ ในอัตราหุ้นละ 0.10 บาท ให้ผู้ถือหุ้นที่มีชื่อในทะเบียนวันที่ 16 พ.ย. 2558 กำหนดจ่ายเงินในวันที่ 27 พ.ย. 2558 รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 713,347,225.90 บาท
ด้านราคาหุ้น JAS วันที่ 29 ต.ค. ปิดที่ 5.60 บาท บวก 0.05 บาท หลังกำไรและการจ่ายเงินปันผลออกมาตามตลาดคาดการณ์ก่อนหน้านี้
นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทรีนีตี้ ยังคงแนะนำ “ซื้อ” และคงราคาเป้าหมาย 6.92 บาท ถึงแม้ว่า JAS จะไม่ชนะประมูล 4จี แต่ด้วยธุรกิจอินเทอร์เน็ตที่เป็น Cash Cow ให้กับบริษัท และด้วยเงินที่พร้อมสำหรับการประมูลอยู่ในมือ บริษัทก็น่าจะจ่ายปันผลเพิ่มขึ้นได้ และค่อยมองหาธุรกิจเพื่อต่อยอดจากธุรกิจปัจจุบัน
ทั้งนี้ กำไรสุทธิ 883 ล้านบาท ลดลง 12% จากไตรมาส 2 และเติบโต 36% จากระยะเดียวกันปีก่อน ถ้าตัดกำไรพิเศษที่เกิดขึ้นจากการขายสินทรัพย์เข้ากองทุน JASIF และการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน บริษัทจะมีกำไรจากการดำเนินงานปกติอยู่ที่ 626 ล้านบาท ลดลง 32% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ในส่วนของรายได้จากบริการและการขายเติบโตอยู่ที่ 3,573 ล้านบาท มาจากจำนวนผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนอัตรากำไรอยู่ที่ 38.6% มีการปรับลดลงเนื่องจากมีค่าเช่าโครงข่ายที่ต้องจ่าย JASIF เพิ่มขึ้น
“เรามองว่าความน่าจะเป็นที่ JAS จะชนะการประมูลมีความเป็นไปได้ค่อนข้างน้อย และคาดว่าจะมีการแข่งขันที่สูง บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) ที่มีความจำเป็นจะต้องชนะประมูลเพื่อที่จะมีคลื่นความถี่เพื่อใช้งาน 4จี ด้านบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) เองก็ตั้งความหวังครั้งนี้เพื่อที่จะปกป้องส่วนแบ่งตลาดเอาไว้ รวมถึงบริษัท ทรู คอร์ปอ เรชั่น (TRUE) ที่เป็นผู้นำ 4จี ในขณะนี้ก็ต้องพยายามรักษาเก้าอี้ ที่ได้เปรียบเอาไว้ ส่วน JAS ถือว่าเป็นผู้เล่นหน้าใหม่ อาจจะต้องคิดคำนวณถึงการแข่งขันที่รุนแรง และการลงทุนในเครือข่ายในอนาคต ที่ยังจะต้องใช้เงินอีกจำนวนมาก” นักวิเคราะห์ บล.ทรีนีตี้ ระบุ
สำหรับความคืบหน้าในการประมูล 4จี สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดให้เอกชนผู้สนใจเข้าร่วมประมูลคลื่นความถี่ย่าน 900 MHz ยื่นซองเอกสารแสดงความจำนงเข้าร่วมประมูลเมื่อวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา ล่าสุด กสทช.ได้ตรวจสอบคุณสมบัติและประกาศผู้มีสิทธิเข้าร่วมการประมูลเรียบร้อยแล้ว โดยปรากฏว่าผู้ยื่นซองทั้งหมด 4 ราย ผ่านเกณฑ์ทั้งหมด ได้แก่ 1.บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ 2.บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต 3.บริษัท แอดวานซ์ไวร์เลสเน็ทเวอร์ค และ 4.บริษัท ทรูมูฟเอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า จะส่งหนังสือแจ้งผลให้ทั้ง 4 บริษัทรับทราบ เพื่อเตรียมเข้าร่วมการทดลองระบบการประมูล (Mock Auction) ในวันที่ 6 พ.ย.นี้ ก่อนจะเปิดประมูลจริงในวันที่ 12 พ.ย.นี้ ณ สำนักงาน กสทช.







