posttoday
ระบบรางกับกทม.

ระบบรางกับกทม.

30 ตุลาคม 2558

ระบบรางกำลังมาแรง รัฐบาลกำลังจะควบรวมการรถไฟแห่งประเทศไทย BTS/MRT/BRT ทุกฝ่ายรวมทั้ง กทม. เมืองใหญ่ของไทยและของ AEC ให้เป็นจริง ในอนาคตอันใกล้ กทม.ของเราจะปรับการสัญจรเครือข่ายมาเน้นระบบราง (Rail) และ Mass Transit ของรัฐ 10 สายจะเริ่มเสร็จในปี 2560 สถานีใหญ่กลางเมืองบางซื่อจะเสร็จ รถไฟสายสีน้ำเงินจะเสร็จ รถไฟฟ้าสายสีแดงฝั่งธนฯ และรังสิตก็จะเสร็จ ฯลฯ

ระบบรางกำลังมาแรง รัฐบาลกำลังจะควบรวมการรถไฟแห่งประเทศไทย BTS/MRT/BRT ทุกฝ่ายรวมทั้ง กทม. เมืองใหญ่ของไทยและของ AEC ให้เป็นจริง ในอนาคตอันใกล้ กทม.ของเราจะปรับการสัญจรเครือข่ายมาเน้นระบบราง (Rail) และ Mass Transit ของรัฐ 10 สายจะเริ่มเสร็จในปี 2560 สถานีใหญ่กลางเมืองบางซื่อจะเสร็จ รถไฟสายสีน้ำเงินจะเสร็จ รถไฟฟ้าสายสีแดงฝั่งธนฯ และรังสิตก็จะเสร็จ ฯลฯ

คาดว่าอีก 2-4 ปีข้างหน้า คนกรุงจะใช้รถไฟขนส่งมวลชนเพิ่มจาก 25% เป็น 40% และเมื่อเสร็จ 10 สายอีก 5 ปีข้างหน้าจะเพิ่มเป็น 60% โดยเฉพาะเมืองชั้นในที่รถติดมากมาย ปัจจุบันการเคลื่อนตัวของรถยามเช้า-เย็นช้ามากแค่ 5 กิโลเมตร/ชั่วโมง เสียสุขภาพ เสียน้ำมัน เสียสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจเสียหาย

ขณะเดียวกัน รถไฟสีเขียวด้านเหนือไปเกษตร-ลำลูกกา ก็เริ่มแล้ว หลังจากถูกค้านเรื่องทุบสะพานลอยมานาน คนไทยก็เป็นเช่นนี้ คือ เกลียดตัว แต่กินไข่ จะเอารถไฟฟ้า แต่ไม่ยอมเสียอะไรเลย ก็อย่าเห็นแก่ตัวกันให้มากนัก คิดถึงส่วนรวมมากกว่าส่วนตัว เมืองต้องปรับเปลี่ยนพบกันครึ่งทางจะได้ไหม

ระบบรางสามารถแยกอีกเป็น บนดิน ใต้ดิน และเหนือฟ้า และแยกอีกเป็น 1) ขนคน 2) ขนสินค้า และ 3) ขนส่งข้อมูล ซึ่งไม่ต้องการ Space/Net work บนดินจะต้องเชื่อมต่อกับท่าเรือ เช่น คลองเตยและสนามบิน คือ สุวรรณภูมิ และ ดอนเมือง การเชื่อมต่อของทุกระบบจะมีจุดเชื่อมคือ “Node หรือ Station” Node ที่สำคัญสุดคือ ที่ที่การเดินทางหลายรูปแบบมาพบกันจะเป็น Node ที่สำคัญสุด

แต่ทั่วไปมักจะเป็น Node ที่สายรางของขนส่งมวลชนขนคนมาเจอกัน เช่น สถานีรางบางซื่อ เชื่อมระบบขนส่งทางบก และรถไฟฟ้าระบบรางอีก 4-5 สาย คนมาผ่านสถานีนี้ในอนาคต 2 ล้านคน น้องๆ กรุงโตเกียว กทม.เองกำลังปรับตัวเหมือนเมืองใหญ่ทั่วโลกที่ระบบรางทั้งใต้ดิน บนฟ้า และบนดิน เป็นการต่อเชื่อมจากระบบใหญ่มาสู่ระบบรอง ระบบย่อย สู่คนเดินถนน ซึ่งถือว่าทุกเมืองคนเดินถนนจะเป็นหัวใจของสังคมของเมือง

ทุกคนไม่ว่ายากดีมีจนจะต้องลงมาสู่ถนนมีกิจกรรมในเมืองร่วมกัน เมืองจึงจะมีชีวิต อังกฤษมีคำที่เรียกว่า All Walk of Life คนเดินและพื้นผิวดิน ทุกคนจะมาใช้ร่วมกัน การพัฒนาเมืองเช่นนี้จะมีระบบรางเป็น Node ขนาดใหญ่ กลาง เล็ก เป็นศูนย์กลางเรียกกันว่าเป็น TOD (Transit Oriented Development) เมืองใหญ่ๆ คนเยอะๆ จุดสถานีจะเชื่อมเป็นคอมเพล็กซ์-ตึกสูง เมืองขนาดกลางจะพัฒนา TOD รอบสถานีบ้านเมืองปลายทางจะเป็น TOD ขนาดเล็กรอบๆ อยู่ระบบสถานีไกลออกไป

ระบบรางกำลังมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนเมือง นัก
ลงทุนอสังหาฯ ขนาดใหญ่จำนวนมากรู้ดี การพัฒนาที่อยู่รอบสถานีเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญในการลงทุนด้านอสังหาฯ คอนโดมิเนียมส่วนใหญ่จะต้องเกาะสถานีรถไฟฟ้า มิฉะนั้นจะขายไม่ออกหรือขายช้ามาก “รอบทุกสถานีรถไฟฟ้าจะเป็นคอมเพล็กซ์รองรับแต่ละชุมชนเป็น CBD ของชุมชน” เป็นจุดต่อเชื่อมต่างๆ เหมือนเมืองในยุโรป ไม่เหมือนอเมริกาที่ยังขึ้นกับรถส่วนตัว

สถานีบางซื่อกำลังจะเป็นกรุงเทพฯ น้อยๆ ทิศเหนือ 2 ล้านคน/วัน คนจะอยู่ในบริเวณรอบๆ เมืองของตัวเอง มีแหล่งงานครบทั้งเอกชนและศูนย์ราชการอยู่ไม่ไกล บางซื่อจึงน่าสนใจจริง

ผังเมือง กทม.ฉบับหน้าจะมีการเปลี่ยนโฉมจากรถมาเป็นรางชัดเจน ที่จอดรถสาธารณะตรงจุดเปลี่ยนเส้นทาง Park Ride อาจจะเป็นสินค้าตัวที่สำคัญของอสังหาฯ ในอนาคต แทนที่จะแย่งกันสร้าง Condo และระบบรางขนาดเล็กที่เรียกว่า Mini Mono Rail ระบบทางเลื่อน ทางจักรยาน ทางคนเดินทั้งบนดิน และสกาย วอล์ก และสกาย ลิงก์ จะเป็นโฉมหน้าใหม่ของกรุงเทพฯ ในไม่ช้านี้

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี