posttoday
ผลผลิตอุตฯร่วงกรู วันที่ไทยเนื้อไม่ค่อยหอม

ผลผลิตอุตฯร่วงกรู วันที่ไทยเนื้อไม่ค่อยหอม

30 ตุลาคม 2558

โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์

โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์

กล่าวกันว่าไทยถือเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมประเภทต่างๆ ทั้งของอาเซียนและของโลก

แต่คำกล่าวนี้จะยังคงเป็นจริงหรือไม่ในอนาคต เพราะดูเหมือนจะมีปัจจัยหลายตัวที่กำลังชี้วัดว่า สถานการณ์ไทย “ไม่เหมือนเดิม”

รายงาน Key Indicator for Asia and the Pacifics 2015 ของธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี)  ซึ่งเพิ่งเผยแพร่ออกมา ระบุว่า อัตราการขยายตัวดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (เอ็มพีไอ) ของไทยในปี 2557 ปรับตัวลดลง 4.6% สวนทางกับประเทศอื่นในอาเซียนที่ยังสามารถเติบโตไปได้ในแดนบวก ตั้งแต่ 2.6-9.4%

เมื่อดูย้อนหลังไล่มาตั้งแต่ปี 2554 จะพบว่าไทยเป็นเพียงประเทศเดียวที่มีสถิติการเติบโตของดัชนีดังกล่าวในแดนลบถึง 3 จาก 4 ปี โดยในปี 2554 ติดลบถึง 8.5% ขณะที่ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมของประเทศอื่นๆ ในอาเซียน ทั้งอินโดนีเซีย มาเลเซีย เมียนมา ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ ยังคงเติบโตแดนบวกเสมอมา โดยเฉพาะเมียนมาที่เติบโตระดับ 6-10% ทุกปี

ภาวะดังกล่าวยังคงเป็นไปอย่างต่อเนื่อง รายงานภาวะเศรษฐกิจอุตสาหกรรมฉบับล่าสุดของสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ระบุว่า ในเดือน ส.ค. 2558 ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมของไทยลดลง 8.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2557 สวนทางกับมาเลเซียและอินโดนีเซีย ที่รายงานดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมล่าสุดเมื่อเดือน ก.ค. 2558 ยังเติบโตได้ 4.2% และ 5.7% เมื่อเทียบกับเดือน ก.ค. 2557

อุตสาหกรรมสำคัญที่ทำให้ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมของไทยปีนี้ลดลง ได้แก่ ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ โทรทัศน์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อาหารทะเลกระป๋องและแช่แข็ง และผลิตภัณฑ์เหล็ก

สำหรับอุตสาหกรรมอาหารนั้น ได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัย การส่งออกอาหารลดลง 20.3% เมื่อเทียบกับเดือน ส.ค. 2557 เนื่องจากไทยโดนตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) จากสหภาพยุโรป การทำประมงผิดกฎไอยูยู จนยอดคำสั่งซื้อลดลง ขณะเดียวกันวัตถุดิบยังออกสู่ตลาดลดลงด้วย แนวโน้มอุตสาหกรรมอาหารปีนี้จึงน่าจะชะลอตัวลงทั้งภาคการผลิตและการส่งออกไปจนสิ้นปี

ด้านอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม มีการผลิตลดลงในหลายประเภทสินค้า เช่น ยางยืดลดลง 14.7% เสื้อผ้าทอลดลง 4.7% เนื่องจากคำสั่งซื้อในตลาดอาเซียน ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกาลดลง มีโรงงานทอผ้าบางแห่งปิดกิจการ ผู้ประกอบการรายใหญ่บางรายหันไปให้ความสำคัญกับการขยายฐานการผลิตในประเทศเพื่อนบ้านกลุ่มซีแอลเอ็มวี เพื่อใช้จีเอสพีและค่าแรงที่ต่ำกว่า

ทั้งนี้ สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มไทยยังต้องเผชิญภาวะดังกล่าวต่อเนื่องในอนาคต เนื่องจากปัจจุบันเวียดนามเริ่มพัฒนาอุตสาหกรรมต้นน้ำและกลางน้ำของตัวเอง ทำให้ความต้องการผ้าผืนจากไทยลดลง

ขณะที่อุตสาหกรรมเหล็กและเหล็กกล้า มีดัชนีการผลิตลดลงถึง 24.52% เหล็กบางประเภทมีการผลิตลดลงมากกว่า 30% เหล็กราคาถูกจากจีนเข้ามาตีตลาดในไทย

อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์เอง แม้จะเป็นอุตสาหกรรมที่ขึ้นชื่อว่าไทยส่งออกไปประเทศเพื่อนบ้านจำนวนมาก แต่ในเดือน ส.ค.ที่ผ่านมาก็ยังมีดัชนีผลผลิตลดลง เพราะภาคก่อสร้างในประเทศลดลง การส่งออกไปต่างประเทศก็ลดลงเช่นเดียวกัน โดยลดลงจากเดือน ส.ค. 2557 ถึง 16.63%

ขณะที่อุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ มีผลผลิตลดลง 25.06% โทรทัศน์และฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ลดลงจากปีที่แล้วมากกว่า 60% การส่งออกเองก็ลดลง 8.5%

ภาพรวมของอุตสาหกรรมหลักที่มีการติดตามอย่างใกล้ชิด จึงมีเพียงอุตสาหกรรมยานยนต์เท่านั้นที่ดัชนีผลผลิตยังอยู่ในแดนบวก โดยเพิ่มขึ้นจากเดือน ส.ค. 2557 จำนวน 13.26%

หากพิจารณาควบคู่กับเรื่องสถิติการเลิกกิจการในเดือน ส.ค. 2558 พบว่ามีโรงงานปิดกิจการ 228 ราย คิดเป็นเงินทุนรวมกว่า 1.13 หมื่นล้านบาท มากกว่าเดือน ก.ค. 2558 ที่เลิกกิจการเพียง 99 ราย หรือมากกว่า 155.56%

ทั้งหมดสะท้อนว่าขณะนี้ทั้งในแง่การผลิตและการส่งออกของไทยกำลังเผชิญปัญหาที่อาจไม่ใช่แค่เรื่องเศรษฐกิจโลกและปัญหาเศรษฐกิจไทย แต่อาจเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างในยุคที่ประเทศเพื่อนบ้านกำลังเข้มแข็งขึ้น

ก่อนหน้านี้ เดือนเด่น นิคมบริรักษ์ ผู้อำนวยการวิจัย ด้านการบริหารจัดการระบบเศรษฐกิจ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวในงานเสวนาเกี่ยวกับทีพีพี ว่า ไทยกำลังประสบปัญหาในเชิงโครงสร้างและยุทธศาสตร์การส่งออก และตอนนี้ไทยอาจไม่ได้ “เนื้อหอม” เหมือนในอดีตอีกแล้ว

ปัญหาความเนื้อหอมของประเทศไทยยังอาจรุนแรงขึ้นไปอีก เมื่อผลการจัดอันดับจากหลายๆ แหล่งข้อมูล สะท้อนปมปัญหาด้านขีดความสามารถการแข่งขันของไทย และการเข้ามาเริ่มต้นธุรกิจในประเทศไทย

ล่าสุดการจัดอันดับความยากง่ายในการทำธุรกิจของไทยประจำปี 2559 ก็ตกลงมาอีกเล็กน้อย จากอันดับที่ 46 มาสู่อันดับที่ 49 หากพิจารณาตามเกณฑ์คะแนนใหม่ของธนาคารโลก

อย่างไรก็ดี การจัดอันดับภายใต้เกณฑ์เดิมของธนาคารโลกเมื่อปี 2558 ไทยเคยอยู่อันดับที่ 26 ของโลก จาก 189 อันดับ

ปัญหาผลผลิตอุตสาหกรรมตกลงต่อเนื่องในช่วงหลายปีมานี้ ถือเป็นปัญหาที่ไทยจะละเลยไม่ได้ เพราะปัญหาดังกล่าวสะท้อนถึงกรณีประเทศต่างๆ สั่งซื้อสินค้าจากไทยลดลง เข้ามาตั้งโรงงานในไทยลดลง เลิกกิจการเพิ่มขึ้น หากไม่มีการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างที่ดี ประเทศเนื้อหอมของภูมิภาคอาเซียนในยุคถัดจากนี้อาจไม่ใช่ประเทศไทยจริงๆ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท