
ขายรถยนต์เก่า
ผู้คนส่วนใหญ่พึ่งพายานพาหนะประเภทรถยนต์เพื่อใช้ในการเดินทางประกอบธุรกิจพบญาติ ท่องเที่ยว ซื้อสินค้าประจำวัน ธุระอื่นๆ จิปาถะ รถยนต์ที่ใช้ก็มีหลากหลายรูปแบบและหลายยี่ห้อ รถยนต์จึงเป็นปัจจัยสำคัญนอกเหนือจากอาหารเครื่องนุ่งห่มที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค
ผู้คนส่วนใหญ่พึ่งพายานพาหนะประเภทรถยนต์เพื่อใช้ในการเดินทางประกอบธุรกิจพบญาติ ท่องเที่ยว ซื้อสินค้าประจำวัน ธุระอื่นๆ จิปาถะ รถยนต์ที่ใช้ก็มีหลากหลายรูปแบบและหลายยี่ห้อ รถยนต์จึงเป็นปัจจัยสำคัญนอกเหนือจากอาหารเครื่องนุ่งห่มที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค
หากท่านสังเกตบริเวณริมถนนจะพบผู้ประกอบการขายรถยนต์เก่าจำนวนมาก ผู้ประกอบการขายรถยนต์เก่าหารถยนต์เก่ามาขายหลากหลายวิธีด้วยกัน เช่น ซื้อรถยนต์เก่าจากเจ้าของรถยนต์โดยตรง เข้าประมูลรถยนต์จากการขายทอดตลาด รับฝากขายรถยนต์จากเจ้าของ เป็นต้น
การขายรถยนต์เก่าที่เป็นรถยนต์ส่วนตัวของบุคคลทั่วไป หรือการขายรถยนต์เก่าที่ใช้แล้วของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลต้องเสียภาษีอากรตามประมวลรัษฎากรหรือไม่ หากต้องเสียภาษี จะเสียอย่างไร เสียที่ไหน คำถามครุ่นคิดอยู่ในใจ อันนี้ไม่แปลกอะไรส่วนใหญ่ประเด็นทางภาษีผู้ขายทรัพย์สินมักจะคิดได้หลังจากตกลงราคาซื้อขายกันแล้ว การคิดทีหลังอาจจะทำให้เงินหรือรายได้จากการขายรถยนต์เก่าต่ำกว่าที่ตนเองต้องการก็ได้
การขายรถยนต์ส่วนตัวที่ใช้แล้วของบุคคลทั่วไป หรือการขายรถยนต์เก่าที่ใช้แล้วของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลมีประเด็นภาษีอากรตามประมวลรัษฎากรสรุปได้ ดังนี้
ขายรถยนต์ส่วนตัวที่ใช้แล้วของบุคคลทั่วไปหากมีรายได้มากขึ้น หรืออยากได้รถยนต์คันใหม่เพราะแคมเปญล่อตาล่อใจ หรือเพราะเหตุผลใดๆ ก็ตาม หากเป็นบุคคลธรรมดาและได้ขายรถยนต์ส่วนตัวออกไป ผู้ขายไม่ต้องนำเงินได้จากการขายรถยนต์ส่วนตัวมาเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เนื่องจากเป็นทรัพย์สินส่วนตัวที่มิได้มุ่งในทางการค้าหรือหากำไรและถ้าหากรถยนต์นั้นขายได้ราคาสูงกว่า 1.8 ล้านบาท ก็ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่การขายรถยนต์ส่วนตัวนั้นต้องเสียอากรแสตมป์ในอัตรา 1 บาท/วงเงิน 200 บาท เช่น ขายรถยนต์ 2 แสนบาท จะเสียอากรแสตมป์ 1,000 บาท โดยชำระอากรแสตมป์ขณะที่ได้มีการโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ที่กรมการขนส่งทางบก
ขายรถยนต์เก่าที่ใช้แล้วของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล กรณีบริษัทได้ขายรถยนต์เก่าที่ใช้แล้วของบริษัท ฯลฯ ออกไป ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์เก๋ง รถปิกอัพ หรือรถยนต์บรรทุกอื่นใดต้องนำรายได้จากการขายรถยนต์มารวมเป็นรายได้ เพื่อคำนวณหาจำนวนกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลต่อไป ส่วนภาษีมูลค่าเพิ่มนั้นหากบริษัท ฯลฯ เป็น
ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม รถยนต์เก่าทุกประเภทที่ขายออกไปต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มด้วย ไม่ว่าขณะที่ซื้อรถยนต์มาใช้งานจะมีภาษีซื้อหรือไม่ก็ตาม พูดง่ายๆ ว่าต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้ซื้อรถยนต์เมื่อได้ขายรถยนต์ออกไปโดยใช้ราคาตลาดสำหรับรถยนต์นั้น ในส่วนของอากรแสตมป์หากบริษัท ฯลฯ ได้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากการขายรถยนต์แล้ว ไม่ต้องเสียอากรแสตมป์แต่อย่างใด
การขายรถยนต์เก่าที่ใช้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ส่วนตัวของบุคคลทั่วไป หรือรถยนต์ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ผู้ขายรถยนต์มีหน้าที่ทางภาษีอากรตามประมวลรัษฎากรที่กล่าวมาข้างต้น ท่านสามารถใช้เป็นส่วนหนึ่งในการวางแผนขายและซื้อรถยนต์ได้ว่าควรจะขายหรือซื้อในราคาใด ภาษีอากรเป็นเพียงปัจจัยเล็กน้อยในการขายหรือซื้อรถยนต์เก่าที่ใช้แล้ว มีปัจจัยอื่นที่เป็นตัวแปรที่สำคัญกว่านี้อีกเยอะ เช่น สภาพของรถยนต์ ดอกเบี้ยเงินกู้ เป็นต้น สวัสดีครับ







