posttoday
ปตท.พบกองทุนนอก

ปตท.พบกองทุนนอก

29 ตุลาคม 2558

กองทุนต่างชาติดอดพบ ปตท. หนุนหุ้นเด้ง มองเศรษฐกิจไทยยังดีกว่ากลุ่มประเทศเกิดใหม่

กองทุนต่างชาติดอดพบ ปตท. หนุนหุ้นเด้ง มองเศรษฐกิจไทยยังดีกว่ากลุ่มประเทศเกิดใหม่

นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. (PTT) เปิดเผยว่า ในสัปดาห์ที่ผ่านมามีนักลงทุนสถาบันต่างประเทศแถบตะวันตก ที่บริหารกองทุนมูลค่าขนาดใหญ่แห่งหนึ่งได้เข้ามาพบผู้บริหาร ปตท. พร้อมแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน พบว่า ประเทศไทยยังอยู่ในระดับที่น่าลงทุนเป็นอันดับที่สองในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ จะมีรองเพียงประเทศจีนเท่านั้น 

นอกจากนั้น ราคาหุ้น ปตท.ก็ปรับตัวในทิศทางที่ดีหลังพบปะผู้บริหารกองทุนขนาดใหญ่ไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และหลังจากบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียมหรือ ปตท.สผ. (PTTEP) เปิดเผยผลขาดทุนแล้ว ราคาหุ้นก็ปรับลงและสะท้อนผลในเชิงจิตวิทยาไปแล้ว ตอนนี้ราคาหุ้นก็มีการปรับขึ้นมา

สำหรับทิศทางราคาน้ำมันดิบในไตรมาส 4 มองว่ามีโอกาสน้อยมากที่จะกลับไปเคลื่อนไหวในระดับต่ำเท่ากับไตรมาส 3 ที่อยู่ในระดับ 40-50 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล

นายเทวินทร์ กล่าวว่า กองทุนต่างประเทศมองว่า เศรษฐกิจไทยอาจจะได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากการส่งออกที่ลดลง แต่กลุ่มประเทศเกิดใหม่ก็ได้รับผลกระทบจากการส่งออกเช่นเดียวกัน อีกทั้งยังเป็นกลุ่มประเทศที่มีการทำธุรกิจสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ เช่น สินแร่ หรือแร่ธาตุอื่นๆ ราคาก็อยู่ในระดับต่ำทำให้ผลกระทบเกิดเป็นลูกโซ่ที่ต่อเนื่อง ผิดกับไทยที่มีการนำเข้าน้ำมันเข้ามาเป็นส่วนใหญ่ จึงทำให้ไทยมีต้นทุนการดำเนินงานที่ถูกกว่าประเทศอื่น

นอกจากนี้ กองทุนดังกล่าวยังเปิดเผยว่า ไทยยังมีระดับดัชนี Misery Index ที่ต่ำอยู่ โดยจะดูสถิติเรื่องอัตราการว่างงานและอัตราเงินเฟ้อ หากค่าออกมายิ่งต่ำถือว่ายิ่งดี แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยยังมีการพึ่งพาเศรษฐกิจได้อยู่ และประชากรในประเทศก็ยังสามารถอยู่ได้

กรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวต่อว่า เรื่องราคาหุ้นกลุ่ม ปตท.ที่ปรับลงก่อนหน้านี้เป็นเรื่องเข้าใจได้ว่า นักลงทุนสถาบันต้องมีการปรับพอร์ตลงทุนหรือขายหุ้นกลุ่ม ปตท.ออกมา เพราะเห็นแล้วว่าที่ผ่านมาราคาน้ำมันปรับลง ก็ต้องเปลี่ยนไปลงทุนหุ้นตัวอื่นที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า

“ผลประกอบการของกลุ่มก็เป็นไปตามราคาน้ำมันโลก จากที่เคยเคลื่อนไหวอยู่ในระดับ 60 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ไตรมาส 3 ก็กลับมาเคลื่อนไหวในระดับ 40-50 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ปกติเมื่อราคาน้ำมันดิบลดลงก็ย่อมส่งผลต่อมูลค่าสินทรัพย์บริษัทในเครือของ ปตท.ต้องลดลง แต่อย่าลืมว่าบริษัทในเครือทำธุรกิจหลายอย่าง ตั้งแต่เทรดดิ้ง ขายน้ำมัน การสำรวจและการผลิต โรงกลั่น ปิโตรเคมี ซึ่งแต่ละธุรกิจก็มีวงจรของมันที่จะขึ้นและลง อย่างกลุ่มโรงกลั่นปี 2557 ผลประกอบการออกมาไม่ดี แต่ปีนี้ทิศทางเริ่มดีขึ้น ซึ่งเช่นเดียวกับกลุ่มปิโตรเคมีที่ราคาก็มีการปรับตัวดีขึ้น” นายเทวินทร์ กล่าว

นอกจากนี้ อยากให้มองว่าการที่บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) ขาดทุนเพราะมีการตั้งด้อยค่าสินทรัพย์ไว้ นั่นหมายถึงบริษัทมีความโปร่งใสและมีบรรษัทภิบาลที่ดีย่อมเป็นเรื่องที่ควรทำ เมื่อผลประกอบการออกมาไม่ดีก็ควรบอกว่าไม่ดีโดยไม่มีการปิดบังข้อมูล และต้องมีการสื่อสารออกไปสู่ผู้ลงทนได้ทราบ ซึ่งเมื่อบริษัทลูกไม่ดีย่อมต้องส่งผลกระทบต่อบริษัทแม่อยู่แล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้เพราะต้องรอผลประกอบการบริษัททุกแห่งออกมาก่อนแล้วค่อยมาประมวลผลการดำเนินงานของ ปตท.

ด้านตลาดหุ้นวันที่ 28 ต.ค.ที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นร่วงลงแรงถึง 14.79 จุด คิดเป็น 1.04% ปิดที่ระดับ 1,409.26 จุด ท่ามกลางมูลค่าการซื้อขายถึง 51,825 ล้านบาท ขณะที่หุ้น PTT ปรับตัวลงน้อยกว่าตลาดปิดที่ 283 บาท ลดลง 2 บาท เช่นเดียวกับ PTTEP ลดลง 0.50 บาทปิดที่ 73.75 บาท แม้ว่าราคาน้ำมันดิบยังคงอ่อนลง และนักลงทุนชะลอการลงทุนเพื่อรอผลประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เพื่อพิจารณาเรื่องดอกเบี้ย โดยตลาดคาดว่าการประชุมของเฟดรอบนี้ยังไม่รีบตัดสินใจขึ้นรอไปพิจารณาต้นปีหน้าแทน

ขณะที่นักลงทุนต่างชาติยังคงขายสุทธิหุ้นไทยจำนวน 1,074 ล้านบาท พอร์ตโบรกเกอร์ขาย 1,1660 ล้านบาท และสถาบันในประเทศทิ้งด้วย 2,031 ล้านบาท โดยนักลงทุนรายย่อยเป็นกลุ่มเดียวที่ซื้อมากถึง 4,766 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท