
สายเสียแล้ว
....ทีมข่าวการเงิน
ถือเป็นผู้บริหารฝีมือดี ที่ยังวนเวียนอยู่กับแวดวงเงินๆ ทองๆ ออกความเห็นครั้งใดก็ย่อมต้องคอยเงี่ยหูฟังให้ดี ล่าสุด
“
ปกรณ์ มาลากุล ณ อยุธยา” ประธานสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย ที่อดีตเคยเป็นถึงกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ออกมาเสนอให้ กนง. เพิ่มในรายงานผลการประชุมว่า ในที่ประชุมมีกรรมการคนใดที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยต่อการปรับอัตราดอกเบี้ยกี่คน และประกอบด้วยใครบ้างส่งสัญญาณให้ตลาดทราบกันตรงๆ สามารถนำไปวิเคราะห์ข้อมูลรอบด้านมากขึ้น อาจจะมีมุมมองต่อปัจจัยที่แตกต่างได้
ไม่พูดเปล่า
“ท่านปกรณ์” ยังยกตัวอย่างให้เห็นเป็นฉากๆ อีกว่า ถ้าสมมติประชุมคราวนี้ กนง.มีมติไม่ขึ้นดอกเบี้ย มีใครยกมือไม่ให้ขึ้นดอกเบี้ย 8 คน ประชุมครั้งถัดมา กนง.มีมติไม่ขึ้นดอกเบี้ยอีก แต่จำนวนคนยกมือไม่ให้ขึ้นดอกเบี้ยลดเหลือ 5 คน อันนี้ก็เป็นสัญญาณได้เหมือนกัน น่าจะดีกับภาคธุรกิจนายปกรณ์ กล่าวว่า การปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายเพียง 0.25% ในการประชุมครั้งล่าสุด มีเป้าหมายเพียงส่งสัญญาณดอกเบี้ยขาขึ้นต่อตลาด แต่เนื่องจากเงินเฟ้อยังมีทิศทางสูงขึ้นเพราะปัญหาภัยแล้ง จึงคาดว่า ดอกเบี้ยนโยบายจะปรับขึ้นอีก
อย่างไรก็ดี ดอกเบี้ยจะขึ้นได้แรงและเร็วแค่ไหน อยู่ที่กนง.จะมองฝ่าภาพลวงตาได้หรือไม่ เพราะแม้สัญญาณเศรษฐกิจดีมาก จากตัวเลขภาคส่งออก ทำให้หลายสำนักปรับคาดการณ์เติบโตเศรษฐกิจเป็น 67% แต่ยังเต็มไปด้วยปัจจัยเสี่ยงที่ไม่มีใครมองออกว่าเศรษฐกิจที่เริ่มดีนั้น แนวโน้มจะดีได้อย่างยั่งยืนหรือไม่
ที่สำคัญกว่านั้น
“ประเด็น คือ ภาพ ลวงตา ที่ต้องติดตามดู ถ้า กนง.ปรับดอกเบี้ยอีก 23 ครั้ง ดอกเบี้ยเงินกู้ก็สูงขึ้น ถ้าเศรษฐกิจไม่ฟื้นตัวจริง อาจมีปัญหาได้” ว่าเป็นฉากๆ แสดงวิชันเต็มที่ เล่นเอาคนฟังได้แต่พยักหน้างึกๆเสียดายที่ท่านปกรณ์ ไม่ได้เป็นกรรมการ กนง.ต่อ ไม่เช่นนั้นคงได้เห็นอะไรดีๆ อีกเป็นแน่ แต่ตอนนี้สายเสียแล้วครับ...







