
ล้างคอร์รัปชั่น
โดย...ชัตน์วรี ([email protected])
โดย...ชัตน์วรี ([email protected])
ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นกัดกินและเป็นตัวถ่วงความเจริญของประเทศไทยมานาน การที่จะกวาดล้างคอร์รัปชั่นได้นั้นจะต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนของประเทศ ทั้งภาครัฐและเอกชนรวมถึงประชาชน
ในส่วนภาคเอกชนเองมีการรวมตัวจัดทำโครงการแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต (Collective Action Coalition Against Corruption) หรือซีเอซี
ซึ่งโครงการนี้จะเปิดให้บริษัทเอกชนเข้าร่วมตามความสมัครใจ ที่จะให้ซีเอซีเข้ามาประเมินว่าบริษัทมีนโยบายและมีแนวปฏิบัติป้องกันการทุจริตภายในองค์กรครบถ้วนตามเกณฑ์ที่ซีเอซีกำหนดหรือไม่ ซึ่งหากผ่านเกณฑ์ ซีเอซีก็จะออกใบรับรองให้ และจะมีการทบทวนการขอรับรองใหม่ทุก 3 ปีด้วย
โดยปัจจุบัน มีบริษัทเอกชนเข้าร่วมประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นกับโครงการซีเอซีแล้ว 525 บริษัท (เป็นบริษัทจดทะเบียน 295 บริษัท) เพิ่มขึ้นจาก 406 บริษัทเมื่อสิ้นปี 2557 ขณะที่จำนวนบริษัทที่ผ่านการรับรองเพิ่มขึ้นเป็น 133 บริษัท จาก 78 บริษัทเมื่อสิ้นปี 2557
ทั้งนี้ ซีเอซีตั้งเป้าจะเพิ่มจำนวนบริษัทที่เข้าร่วมประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นเป็น 600 บริษัท และเพิ่มจำนวนบริษัทที่ผ่านการรับรองเป็น 200 บริษัทภายในปี 2558
การที่มีบริษัทเอกชนเข้ามาร่วมประกาศเจตนารมณ์และยื่นขอรับรองเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นว่าภาคเอกชนกำลังตื่นตัวและให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมในการป้องกันปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น
มากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งการที่จะสร้างระบบธุรกิจของไทยให้เป็นระบบที่สะอาดปราศจากการทุจริตได้นั้น จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือและการลงมือทำจริงของบริษัทในภาคเอกชน
นี่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ภาคเอกชนรวมตัวที่ประกาศต่อต้านการคอร์รัปชั่นอย่างจริงจัง
เมื่อเปรียบเทียบกับอันดับดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชั่นกับทั่วโลก โดยในปี 2557 องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International : TI) ได้มีการจัดอันดับดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชั่น ซึ่งไทยได้คะแนน 38 จาก 100 คะแนน อยู่อันดับที่ 85 จากการจัดอันดับทั้งหมด 175 ประเทศทั่วโลก ซึ่งได้อันดับดีกว่าปีที่แล้วที่อยู่ที่ 102 และปีนี้ก็แอบลุ้นว่าไทยคงไต่อันดับที่ดีขึ้น







