posttoday
เผยอันดับความยากง่ายทำธุรกิจในไทยลดลงอยู่ที่ 49

เผยอันดับความยากง่ายทำธุรกิจในไทยลดลงอยู่ที่ 49

28 ตุลาคม 2558

ธนาคารโลกจัดอันดับความยากง่ายทำธุรกิจปี58ไทยที่49จากเดิมที่ 47 สิงคโปร์ยังครองแชมป์

ธนาคารโลกจัดอันดับความยากง่ายทำธุรกิจปี58ไทยที่49จากเดิมที่ 47 สิงคโปร์ยังครองแชมป์

นายอูริค ซาเกา ผู้อำนวยการธนาคารโลกประจำประเทศไทย (เวิล์ดแบงก์) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) นำเสนอรายงาน Doing Business 2016 เพื่อเปิดเผยผลการจัดอันดับความยาก-ง่ายในการประกอบธุรกิจของธนาคารโลก ด้วยการจัดให้ไทยหล่นไปอยู่อันดับ 49 จากอันดับเดิม 47 จากทั้งหมด 189 ประเทศ ขณะที่สิงคโปร์อันดับ 1 ของโลก เขตปกครองพิเศษฮ่องกง อันดับ 5 ไต้หวัน 11 มาเลเซีย 18 ขณะที่จีน 84 อินโดนิเซีย 109 ฟิลิปปินส์ 103

ทั้งนี้ เนื่องจากตัวชี้วัดส่วนใหญ่ของไทยลดลง ขั้นตอนความสะดวกการขอสินเชื่อของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) การเข้าถึงข้อมูลเครดิตลูกค้าของสถาบันการเงินของไทยได้คะแนน 0 การขอใบอนุญาตจัดตั้งธุรกิจไทยยังใช้เวลามากกว่า 20 วัน ขณะที่ประเทศอื่นใช้เวลาลดลงแล้ว การขอใบอนุญาตการก่อสร้าง กระบวนการยุติธรรมของเอสเอ็มอีเมื่อมีปัญหายังใช้เวลานานและไม่แน่ใจว่าจะได้รับความยุติธรรม จึงยังไม่สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน

สำหรับอันดับของไทยปรับลดลง เนื่องจากหลายประเทศในภูมิภาคนี้เร่งปฏิรูปหลายด้าน จึงทำให้อันดับของประเทศอื่นขยับเพิ่มขึ้น เช่น อินโดนิเซียได้นำระบบการจ่ายเงินสมทบประกันสังคม และอำนวยความสะดวกการชำระภาษีผ่านระบบออนไลน์ เวียดนาม ผู้ขอเงินกู้สามารถตรวจสอบเครดิตของตนเองได้ ธุรกิจขนาดเล็กในเวียดนามจึงขอกู้ง่ายขึ้น เพราะสถาบันการเงินประเมินข้อมูลสะดวกขึ้น

อย่างไรก็ตาม ไทยยังติดอันดับ 50 ประเทศแรกที่มีความสะดวกในการประกอบธุรกิจทั่วโลก และเป็นอันดับ 3 ของประเทศอาเซียน โดยไทยยังมีโอกาสปรับปรุงสภาพแวดล้อมการประกอบธุรกิจ เช่น การปรับปรุงตัวชี้วัดด้านบริหารจัดการที่ดิน เพื่อนำระบบดิจิตอลมาใช้ในระบบฐานข้อมูลที่ดินเพื่อสะดวกในการสืบค้นยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศเมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศที่มีรายได้ปานกลาง ซึ่งได้มีความก้าวหน้าในการปฏิรูปเพื่อส่งเสริมการลงทุนอย่างจริงจังช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ด้านนางวรรณาพร เทพหัสดิน ณ อยุธยา ที่ปรึกษาการพัฒนาระบบราชการ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) กล่าวว่า ประเทศไทยมีคะแนนรวมทุกด้าน 71.42 คะแนน ถือว่าดีกว่าปีที่ผ่านมา แต่ยอมรับว่า ยังมีหลายเรื่องที่ไทยได้ปรับปรุงล่าช้ากว่ากำหนด ทำให้ไม่ได้รับการนำไปพิจารณาด้วย อย่างไรก็ดี จากนี้ไป ไทยต้องนำวิกฤติมาเป็นโอกาส เร่งปฏิรูปคุณภาพการปฏิบัติราชการ โดยบูรณาการการทำงานภาครัฐ นำระบบไอทีมาใช้ และสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ประกอบการ เพื่อให้การจัดอันดับในครั้งต่อไปดีขึ้น ซึ่งจะดึงดูดนักลงทุนให้เข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้นด้วย

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ