posttoday
ปรับแผนไลน์รวมเป็นหนึ่ง ดันนวัตกรรมฝีมือคนไทย

ปรับแผนไลน์รวมเป็นหนึ่ง ดันนวัตกรรมฝีมือคนไทย

28 ตุลาคม 2558

โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

นาทีนี้คงไม่มีใครไม่เคยใช้งานไลน์ (LINE) แอพพลิเคชั่นแชตยอดนิยมที่มีผู้ใช้งานสูงถึง 33 ล้านราย ภายในเวลาเพียง 4 ปี และน่าจะมีโอกาสโตต่อเนื่องแตะ 40 ล้านราย หากการมาของ 4จี จะเข้ามาผลักดันให้เกิดโอกาสการเติบโตด้านดีไวซ์และคอนเทนต์ใหม่ๆ พร้อมดึงเงินลงทุนจากบริษัทแม่มาใช้ในตลาดไทยมากขึ้น เพื่อให้มีโอกาสทางการค้าใหม่ๆ

อริยะ พนมยงค์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไลน์ (ประเทศไทย) เปิดแผนธุรกิจบุกตลาดไทยของไลน์ หลังจากเข้ามาดำรงตำแหน่ง 1 เดือน โดยจะเน้นธุรกิจ 5 ด้าน คือ แชต เกม อี-คอมเมิร์ซ บีทูบี และเพย์เมนต์ พร้อมเชื่อมั่นว่าเทรนด์โมบายและสมาร์ทโฟนจะเป็นโอกาสทางการตลาดของไลน์ จากการที่มีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านมือถือกว่า 83% และเกือบทุกคนในกลุ่มนี้ย่อมต้องใช้งานแอพพลิเคชั่นไลน์

“ไลน์เป็นบริษัทที่เกิดจากโมบาย ฉะนั้นแนวทางธุรกิจจึงมุ่งเน้นไปที่การใช้งานผ่านสมาร์ทโฟน ซึ่งในอนาคตจากพฤติกรรมของผู้ใช้งานจะทำให้ไลน์มีโอกาสเติบโตในเชิงธุรกิจอีกมาก โดยแนวทางที่มองไว้คือการรวม 5 กลุ่มธุรกิจในปัจจุบันมาไว้ในแอพพลิเคชั่นเดียวกัน เพื่อลดจำนวนแอพในเครื่องและช่วยให้ง่ายต่อการใช้งานมากขึ้น”

นอกจากนี้ ความเป็นดิจิทัลอีโคซิสเต็มส์ของไลน์ยังทำให้เปิดโอกาสในการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ไม่ใช่แค่คิดหาช่องทางสร้างรายได้ แต่ขอบเขตในการทำงานกว้างกว่านั้น เพราะทุกสาขาของไลน์ในประเทศต่างๆ สามารถเสนอแผนธุรกิจ แนวความคิดหรือนวัตกรรมไปยังสำนักงานใหญ่ได้

สิ่งที่จะเข้ามาทำให้เกิดเป็นรูปธรรม และอยู่ระหว่างการวางแผนในไตรมาส 4 คือต้องการให้ทุกบริการของไลน์มีสัดส่วนการเติบโตใหญ่พอๆ กับแชต จากจำนวนผู้ใช้งาน 33 ล้านคนที่มีในไทย จะทำอย่างไรให้ทุกบริการใหญ่เท่ากันและเชื่อมโยงกัน เพราะลูกค้าที่ไลน์มีถือว่าค่อนข้างครอบคลุมทุกกลุ่ม

สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งและถือเป็นความท้าทายคือ ต้องการเห็นนวัตกรรมที่เกิดขึ้นมาจากทีมไลน์ประเทศไทย ซึ่งจะเปิดโอกาสให้สาขาในต่างประเทศนำไปใช้งานต่อด้วย หากทำได้จะเป็นความภาคภูมิใจของคนไทย

ขณะที่อีกหนึ่งธุรกิจที่น่าจะมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี คือ อี-คอมเมิร์ซและเพย์เมนต์ ที่ภายในปีนี้ไลน์จะเปิดบริการเพิ่มอีก 1-2 ตัว เพื่อรองรับผู้ประกอบการระดับเอสเอ็มอีที่มีกว่า 2.5 ล้านราย เนื่องจากปัจจุบันอี-คอมเมิร์ซของไลน์ในไทยมีสัดส่วนเพียง 1% เพราะการที่จะให้เจ้าของธุรกิจเข้ามาเรียนรู้ในดิจิทัลค่อนข้างเป็นเรื่องยาก

ดังนั้น หากปรับสินค้าในกลุ่มไลน์ให้ง่าย ผู้ใช้งานจะรู้สึกใกล้ตัว จูงใจ และอยากส่งต่อ ซึ่งปัจจุบันมีไลน์ แอด (LINE AD) ที่เปิดให้ใช้งานอยู่แล้ว และมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี ทั้งที่ยังไม่ได้เปิดให้ใช้งานเต็มประสิทธิภาพ ขณะที่ไทยมีการเติบโตด้านคอนเทนต์ดีกว่าอินโดนีเซียอี-คอมเมิร์ซเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ หากได้รับการสนับสนุนของทุกฝ่ายต่อเนื่องเชื่อว่าจะสามารถเพิ่มสัดส่วนได้เป็น 5-6%

“อี-คอมเมิร์ซไม่ใช่แค่การขายสินค้าออนไลน์อย่างเดียว แต่มีอีกหลายองค์ประกอบ ทั้งการชำระเงิน การขนส่ง ซึ่งในระยะ 6 เดือน-1 ปีมานี้จะเห็นสตาร์ทอัพเริ่มเข้ามาจับตลาดนี้มากขึ้น และสิ่งที่ยังขาดในบ้านเราคือ การวิเคราะห์ข้อมูล หากมีคนรุ่นใหม่ทำงานตอบโจทย์ด้านนี้มากขึ้น เชื่อว่าแนวโน้มการเป็นดิจิทัลอีโคโนมีของประเทศจะเห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้น”

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี