posttoday
เก็บรายได้ 2.33 ล้านล้าน งานหินกระทรวงการคลัง

เก็บรายได้ 2.33 ล้านล้าน งานหินกระทรวงการคลัง

28 ตุลาคม 2558

การเก็บรายได้รัฐบาลปีงบประมาณ 2558 ที่ผ่านมา วงเงิน 2.32 ล้านล้านบาท คาดว่าจะต่ำกว่าเป้าหมาย 5-6 หมื่นล้านบาท เนื่องจากกรมสรรพากรจัดเก็บรายได้ต่ำกว่าเป้ากว่า 1 แสนล้านบาท ส่วนหนึ่งมาจากเศรษฐกิจชะลอตัว อีกส่วนหนึ่งมาจากการประมาณการจัดเก็บรายได้ที่สูงเกินไปของรัฐบาล

การเก็บรายได้รัฐบาลปีงบประมาณ 2558 ที่ผ่านมา วงเงิน 2.32 ล้านล้านบาท คาดว่าจะต่ำกว่าเป้าหมาย 5-6 หมื่นล้านบาท เนื่องจากกรมสรรพากรจัดเก็บรายได้ต่ำกว่าเป้ากว่า 1 แสนล้านบาท ส่วนหนึ่งมาจากเศรษฐกิจชะลอตัว อีกส่วนหนึ่งมาจากการประมาณการจัดเก็บรายได้ที่สูงเกินไปของรัฐบาล

แต่สำหรับการเก็บรายได้งบประมาณปี 2559 วงเงิน 2.33 ล้านล้านบาท กฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ออกมาแสดงความมั่นใจว่า การจัดเก็บรายได้ปีงบประมาณ 2559 ที่เริ่มมาตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2558-31 ก.ย. 2559 ไม่น่าเป็นห่วง เชื่อว่าจะได้ตามเป้าหมายที่วางไว้

กฤษฎา ระบุว่า การประมาณการจัดเก็บรายได้ล่าสุด ยึดจากตัวเลขคาดการณ์ที่คิดว่าจะเก็บได้จริง ต่างจากปีที่ผ่านมาที่ประมาณการจากตัวเลขคาดการณ์ โดยตัวเลขเป้าหมายรายได้ปีงบประมาณ 2558 ประมาณการว่าจะเก็บได้ตามเอกสารงบประมาณ 2.32 ล้านล้านบาท แต่คาดการณ์ว่าจะเก็บได้จริง 2.2 ล้านล้านบาท ซึ่งก็เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้

ดังนั้น ปีงบประมาณ 2559 ที่จะจัดเก็บรายได้ 2.33 ล้านล้านบาท จึงคิดจากฐานรายได้ที่คาดการณ์ของปีก่อนที่ 2.2 ล้านล้านบาท ไม่ใช่จากตัวเลขประมาณการที่ 2.32 ล้านล้านบาท ทำให้กระทรวงการคลังมั่นใจว่าจะเก็บรายได้ตามเป้าที่ตั้งไว้

กฤษฎา กล่าวว่า การเก็บรายได้ปีงบประมาณ 2559 หากเทียบกับประมาณการปี 2558 จะเพิ่มขึ้นแค่ 5,000 ล้านบาท หรือ 0.2% แต่หากเทียบกับคาดการณ์ที่เก็บได้จริง จะเห็นว่าสูงกว่าประมาณ 1 แสนล้านบาท ถือว่ายังทำได้ เพราะเศรษฐกิจไทยยังขยายตัวได้ดี แม้ว่าเศรษฐกิจไทยจะชะลอตัวลง โดยปีนี้คาดว่าจะขยายตัวได้ 2.8% และปีหน้าจะขยายตัว 3.4-3.8%

อย่างไรก็ตาม การจัดเก็บรายได้รัฐบาลอาจจะไม่ได้ง่ายเหมือนที่กระทรวงการคลังคาดไว้ เพราะหากไปดูการทำงบประมาณปี 2559 การประมาณการรายได้อยู่บนพื้นฐานเศรษฐกิจว่า เศรษฐกิจปีหน้าจะขยายได้ 3.7-4.7% สูงกว่าประมาณการเศรษฐกิจของกระทรวงการคลังล่าสุด ซึ่งย่อมส่งผลกระทบต่อการจัดเก็บรายได้ ทำให้มีความเสี่ยงไม่ได้ตามเป้าหมาย

นอกจากนี้ การประมาณการรายได้ของรัฐบาลในขณะที่จัดทำเอกสารงบประมาณ ยังไม่ได้คิดถึงผลกระทบจากมาตรการลดหย่อนภาษีต่างๆ ที่รัฐบาลออกมาเป็นระลอก ทั้งการลดภาษีการลงทุนเพิ่มเติมผ่านการส่งเสริมการลงทุนให้กับผู้ประกอบการรายใหญ่

นอกจากนี้ ยังมีมาตรการลดภาษีให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจาก 20% เป็น 10% เป็นเวลา 2 ปี การลดหย่อนภาษีจากผู้ที่ซื้อบ้านหลังแรกราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ให้นำ 20% ของราคาบ้านไปหักลดหย่อนภาษีได้ 5 ปี มาตรการลดหย่อนภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% ให้การตั้งสำนักงานใหญ่ข้ามประเทศ (IHQ) เพิ่มเติม ฯลฯ

การลดหย่อนภาษีดังกล่าว ย่อมกระทบต่อการจัดเก็บรายได้ปีงบประมาณ 2559 จำนวนไม่น้อย ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ได้คำนวณมาก่อน ทำให้การจัดเก็บรายได้ปีงบประมาณ 2559 ให้ได้ตามเป้าไม่ใช่เรื่องง่าย

หากไปดูเมื่อครั้งมีการลดภาษีนิติบุคคลจาก 30% เหลือ 20% ทำให้กรมสรรพากรเก็บภาษีนิติบุคคลต่ำกว่าเป้าเป็นแสนล้านบาท เป็นเวลา 2-3 ปีติดต่อกัน และยังส่งผลกระทบต่อการจัดเก็บรายได้ปีงบประมาณ 2559 เพราะกรมสรรพากรไม่สามารถขยายฐานภาษีได้ตามคิดไว้ ว่าหากลดภาษีแล้วจะทำให้คนมาอยู่ในระบบภาษี
มากขึ้น

นอกจากนี้ ในช่วงที่เหลืออีก 11 เดือนของปีงบประมาณ 2559 คาดว่าจะต้องมีมาตรการลดหย่อนภาษีกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาอีก เพราะผู้ประกอบการหรือธุรกิจที่ตกขบวนไม่ได้ประโยชน์จากมาตรการภาษีที่ออกมาก่อนหน้านี้ได้เข้าแถวขอลดหย่อนภาษีกันอีกหลายรายการ เช่น ธุรกิจสร้างบ้านก็ขอให้รัฐลดหย่อนภาษี เหมือนกับซื้อบ้านกับผู้ประกอบการ

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการท่องเที่ยวยังขอให้รัฐเพิ่มค่าหักลดหย่อนจากการท่องเที่ยวจากเดิมที่หักได้ 1.5 หมื่นบาท เป็น 3-5 หมื่นบาท เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่ละมาตรการส่งผล
กระทบกับการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลทั้งนั้น

ทั้งหมดทำให้เห็นว่า การจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลปีงบประมาณ 2559 อาจจะยากแสนสาหัสเหมือนปีที่ผ่านมา แม้ว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้นก็ตาม

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท