
ไตรมาส3เอ็นพีแอลพุ่ง2.79%
เอ็นพีแอลธนาคารพาณิชย์ ทะยานจาก 2.38% เป็น 2.79% ผลจากหนี้เสีย SSI
เอ็นพีแอลธนาคารพาณิชย์ ทะยานจาก 2.38% เป็น 2.79% ผลจากหนี้เสีย SSI
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกรายงานข้อมูลหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ไตรมาส 3 สิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย. 2558 พบว่า สถาบันการเงินทั้งระบบมียอดเอ็นพีแอลรวมกว่า 3.61 แสนล้านบาท คิดเป็น 2.79% ของสินเชื่อรวม เพิ่มขึ้นจาก 2.38% หรือ 3.12 แสนล้านบาท ในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา แต่เอ็นพีแอลสุทธิที่หักการตั้งสำรองแล้ว ปรับขึ้นไม่มาก โดยสิ้นไตรมาส 3 อยู่ที่ 1.62 แสนล้านบาท หรือ 1.27% ของสินเชื่อรวม เพิ่มจาก 1.18% หรือ 1.53 แสนล้านบาท เมื่อสิ้นไตรมาส 2
ทั้งนี้ ธปท.คาดการณ์ไว้แล้วว่าเอ็นพีแอลในไตรมาส 3 จะปรับขึ้น จากกรณีบริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี หรือ SSI ประสบปัญหาทางการเงินและต้องปิดโรงงานถลุงเหล็กที่อังกฤษ ส่งผลให้เจ้าหนี้หลัก 3 ราย คือ ธนาคารกรุงไทย ไทยพาณิชย์ และทิสโก้ จัดชั้นหนี้ SSI เป็นเอ็นพีแอล
อย่างไรก็ตาม ระดับเอ็นพีแอล สิ้นไตรมาส 3 ที่ 2.79% ต่ำกว่าที่ ธปท.เคยประมาณการว่า หนี้เสีย SSI จะทำให้เอ็นพีแอลเพิ่มเป็น 2.86% หลังจากสิ้นเดือน ก.ค.มีเอ็นพีแอล 2.46% ของสินเชื่อรวม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารเจ้าหนี้หลักของ SSI ทั้ง 3 ราย ที่ประกาศผลประกอบการสิ้นไตรมาส 3 ของปี 2558 ต่างมีกำไรลดลง เพราะมีการนำผลกำไรส่วนหนึ่งไปตั้งสำรองหนี้เสียจากกรณี SSI ขณะที่เอ็นพีแอลของแต่ละธนาคารต่างขยับขึ้นแรง ขณะที่อัตราสำรองต่อหนี้เสียลดลง
ทั้งนี้ ธนาคารกรุงไทยมีเอ็นพีแอลสิ้นไตรมาส 3 อยู่ที่ระดับ 4.03% เพิ่มขึ้นจาก 2.96% เมื่อไตรมาส 2 โดยอัตราส่วนการตั้งสำรองต่อหนี้สงสัยจะสูญ (Coverage Ratio) ลดลงมาอยู่ที่ระดับ 100% จาก 125.21% เมื่อไตรมาส 2
ขณะที่ธนาคารไทยพาณิชย์มีเอ็นพีแอลสิ้นไตรมาส 3 อยู่ที่ 3.02% จาก 2.22% เมื่อไตรมาสก่อน ขณะที่อัตราส่วนการสำรองต่อหนี้สงสัยจะสูญลดลงอยู่ที่ 100.8% จาก 134.8% เช่นเดียวกับธนาคารทิสโก้ที่เอ็นพีแอลเพิ่มขึ้นเป็น 3.3% จาก 2.86% และอัตราการตั้งสำรองต่อหนี้สงสัยจะสูญอยู่ที่ 121.89% จากเดิมที่มี 161.8%







