posttoday
ซูบารุ เลอวอร์ค มาดใหม่สุดแสบ

ซูบารุ เลอวอร์ค มาดใหม่สุดแสบ

27 ตุลาคม 2558

หลังจากที่ มอเตอร์ อิมเมจ ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ซูบารุ เปิดตัวรถรุ่นใหม่พร้อมชักชวนสื่อมวลชนไปทดลองขับเจ้า “ซูบารุ เลอวอร์ค” (Subaru Levorg) ยังประเทศไต้หวัน

โดย...พงศ์ พริบไหว

หลังจากที่ มอเตอร์ อิมเมจ ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ซูบารุ เปิดตัวรถรุ่นใหม่พร้อมชักชวนสื่อมวลชนไปทดลองขับเจ้า “ซูบารุ เลอวอร์ค” (Subaru Levorg) ยังประเทศไต้หวัน แน่นอนว่าทางเราเองก็มีโอกาสเป็นหนึ่งในทีมที่ได้เข้าไปยลโฉมล้ำๆ ของยานยนต์ตัวจี๊ด แถมยังได้ไปเหยียบคันเร่งกันแบบสุดสวิงกันทีเดียว

ว่ากันว่า เจ้าเลอวอร์คคันนี้มาพร้อมทั้งสมรรถนะและงานดีไซน์ที่เลิศเลอ ในวันเปิดตัวก็พอทราบคร่าวๆ ว่า เจ้ารถรูปทรงเท่ๆ คันดังกล่าว เกิดมาจากแนวคิดที่ตรงไปตรงมาของการผสานสิ่งที่ดีที่สุดจากรถซูบารุรุ่นเทพๆ มาประกอบร่างเป็นเจ้าเลอวอร์คคันนี้ อย่างที่บอกว่าครั้งนี้ทางค่ายต้องการผสมผสานรถในแบบที่ก้าวล้ำและนำสมัย จึงนำเอาจุดเด่นจากซูบารุ 3 ตระกูล อย่าง เลกาซี, อีโวลูชั่น และทัวริ่ง มารวมไว้เป็นหนึ่งเดียว เพื่อให้ได้รถที่มีความครบครันในเรื่องของการใช้งานทั้งยังคงความเท่ในแบบซูบารุ

ทางซูบารุได้นิยามรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดของตัวเองว่า เป็นผลงานการสร้างสรรค์นวัตกรรมรถทัวริ่งผสมผสานกับประสิทธิภาพการตอบสนองแบบรถสปอร์ต พร้อมกับการใช้งานแบบรถวากอนได้อย่างแท้จริง เรียกได้ว่ามีครบหมดทุกสิ่งอย่าง ดีงามกระทั่งยั่วยวนใจสาวกของซูบารุได้อย่างตรงจุด ทั้งยังดูหลากหลายและดีงามสำหรับคนที่กำลังตัดสินใจอยากครอบครองรถญี่ปุ่นจากค่ายนี้อีกด้วย

นอกจากเรื่องของแนวคิดที่ดูโฉบเฉี่ยวแสนไฉไลในแง่ของการสร้างความแตกต่าง เลอวอร์คยังเปิดตัวมาพร้อมกับเครื่องยนต์ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาใหม่อย่าง บ็อกเซอร์ ไดเรกต์ อินเจกชั่น เทอร์โบ (ดีไอที) ขนาด 1.6 ลิตร อันเป็นเครื่องยนต์ที่ยังคงน่าประทับใจเสมอเมื่อได้ขับ โดยเจ้าซูบารุ เลอวอร์ค ออกจำหน่ายใน 2 รุ่นย่อย คือ รุ่น 1.6 GT และรุ่น 1.6 GT-S ซึ่งทั้งสองตัวหากมองกันโดยโฉมความแตกต่างจะไม่หนีกันมาก ที่เห็นชัดคือขนาดของล้อและกระจังโฉมใหม่ที่ดูเท่แตกต่างจากรุ่นอื่นที่เคยมี แต่ความพิเศษจริงๆ ของรุ่น 1.6 GT-S จะอยู่ที่เทคโนโลยีที่เสริมสร้างความปลอดภัยและความสะดวกสบายในการใช้งานของระบบไฟหน้าอย่าง High Beam Assist ซึ่งสามารถปรับตำแหน่งลำแสงไฟหน้าระหว่างไฟสูงและไฟต่ำโดยอัตโนมัติเพื่อเพิ่มวิสัยทัศน์ตามสภาพของถนน

ส่วนในเรื่องของการออกแบบรูปทรงจากที่ได้สัมผัสต้องบอกเลยว่าทำได้ออกมาลงตัวแท้ ถือเป็นรถวากอนที่แม้รูปลักษณ์ภายนอกจะดูกะทัดรัด แต่เลอวอร์คกลับมีห้องสัมภาระใหญ่มากมายถึง 522 ลิตร ซึ่งถือเป็นอีกความโดดเด่นที่ทางซูบารุตั้งใจพัฒนากันอย่างจริงจัง จากที่สังเกตหากตั้งใจใช้ที่เก็บสัมภาระอย่างเต็มพื้นที่จะสามารถวางจักรยานที่ถอดล้อออกได้ถึงสามคัน ซึ่งวันที่ทดสอบเราลองนึกสนุกให้ผู้ชายร่างใหญ่น้ำหนักมากกว่า 130 กิโลกรัม ไปนอนเล่นบนที่เก็บสัมภาระ เจ้าตัวก็ยังสามารถนอนยิ้มได้อย่างสบาย ถือเป็นจุดเด่นที่ยั่วยวนนักขับที่มีในเลอวอร์ค

ส่วนงานดีไซน์ที่ดูจะออกแนวเน้นความเป็นรถสปอร์ตทัวริ่งก็จริง แต่กลับนำเอาจุดเด่นของความเท่ที่เป็นเสน่ห์ของค่ายอย่างการดีไซน์ด้านหน้ารถให้วางตะแกรงหน้าทรงหกเหลี่ยม ให้สอดรับกับไฟหน้าทรงตาเหยี่ยว ทำออกมาได้น่าสนใจ และยิ่งดึงความเป็นรถที่ดูดุขึ้นมาได้ไม่น้อย ส่วนจุดเด่นอื่นๆ ก็มีเรื่องของการตกแต่งภายในที่เน้นคุณภาพและความละเอียดในทุกชิ้นส่วน มีการเดินเส้นด้ายสีฟ้าเข้าไปในการกรุหนังรอบห้องโดยสารได้อย่างสวยงาม รวมไปถึงการออกแบบให้มีการใช้งานที่เอื้อกับการขับขี่ที่สะดวกสบาย และประสบการณ์การควบคุมรถที่น่าประทับใจ

มาถึงเรื่องของการทดลองขับกันบ้าง เนื่องจากมีพื้นที่ให้ทดสอบไม่มากมายซึ่งจัดว่าแคบมาก แต่ทางผู้ออกแบบสนามซึ่งเป็นทีมงานผู้เชี่ยวชาญก็จัดกันมาทั้งสลาลมสุดถี่ โค้งเหวี่ยงซ้ายขวา โค้งหักศอก และทางตรงวัดใจระบบเบรก อีกทั้งยังจัดอีกหนึ่งสนามเพื่อทดสอบสมรรถนะในการโชว์ความสามารถของวงเลี้ยว ซึ่งโดยรวมเรื่องของช่วงล่างของรถคันนี้บอกเลยว่าน่าปลื้มมาก คือนิ่งๆ แต่แข็งแรงสมชื่อเขาเลย ส่วนเรื่องของวงเลี้ยวที่ทางค่ายอยากโชว์ก็เด่นจริงๆ เพราะสามารถเลี้ยวแคบๆ ได้แบบไม่ต้องลุ้นจนหวาดเสียว

ส่วนเรื่องของความแรงเนื่องจากพื้นที่แคบเลยบอกได้แค่เพียงว่าตอนช่วงเหยียบคันเร่งจมเครื่องบ็อกเซอร์ ไดเรกต์ ในซูบารุ เลอวอร์คก็พุ่งทะยานแอบดุดันจี๊ดจ๊าดพอตัว แรงส่งดีแบบนี้ก็หวังว่าตอนขับไหลคงจะยังดูดีหล่อแบบเดิม ส่วนการควบคุมรถก็ทำได้แม่นยำ มีการทรงตัวที่มั่นคงและคล่องแคล่วในสภาพถนนขรุขระ รู้สึกได้เลยถึงความแตกต่างจากรถยนต์อเนกประสงค์ทั่วๆ ไป กล่าวโดยรวมว่าเป็นรถที่สะดวกสบายแต่แอบมีติดเท่นิดๆ เป็นอีกหนึ่งการเดินทางที่เหมาะกับคนที่ชอบรถที่มากด้วยประโยชน์ใช้สอยและสมรรถนะที่ดี

เจ้าซูบารุ เลอวอร์ค มีราคาเปิดตัวในไต้หวันอยู่ที่ 1.25 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน หรือประมาณ 1.37 ล้านบาท แต่สำหรับราคาจำหน่ายในไทย งานนี้เรียนตรงๆ เลยว่าน่าจะสูงกว่าแน่นอน ซึ่งจากการสอบถามทาง
ผู้บริหาร ตอนนี้ก็คงบอกได้แต่ว่าให้รอลุ้นในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป ในช่วงต้นเดือน ธ.ค.ที่จะถึงนี้

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ