posttoday
ผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาว มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น

ผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาว มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น

27 ตุลาคม 2558

ภาวะตลาดตราสารหนี้ (19-22 ต.ค. 2558) ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ในสัปดาห์นี้ (4 วันทำการ) มีมูลค่ารวม 360,243.43 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 90,060.86 ล้านบาท ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 9%

ภาวะตลาดตราสารหนี้ (19-22 ต.ค. 2558) ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ในสัปดาห์นี้ (4 วันทำการ) มีมูลค่ารวม 360,243.43 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 90,060.86 ล้านบาท ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 9%

ทั้งนี้ เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้ว จะพบว่ากว่า 67% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 239,891 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (State Agency Bond) ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นตราสารที่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน) ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยกระทรวงการคลัง (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 62,526 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชน (Corporate Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 9,466 ล้านบาท หรือคิดเป็น 17% และ 3% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตามลำดับ

สำหรับพันธบัตรรัฐบาลที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรกคือรุ่น LB206A (อายุ 4.7 ปี) LB196A (อายุ 3.6 ปี) และ LB446A (อายุ 28.7 ปี) โดยมีมูลค่าการซื้อขายในแต่ละรุ่นเท่ากับ 18,403 ล้านบาท 15,527 ล้านบาท และ 7,593 ล้านบาท ตามลำดับ

ขณะที่หุ้นกู้ภาคเอกชนที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ หุ้นกู้ของบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร รุ่น CPF163A (A+) มูลค่าการซื้อขาย 1,156 ล้านบาท หุ้นกู้ของบริษัท ซีพี ออลล์ รุ่น CPALL178B (A+(tha)) มูลค่าการซื้อขาย 649 ล้านบาท และหุ้นกู้ของบริษัทโตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) รุ่น TLT165A (AAA) มูลค่าการซื้อขาย 487 ล้านบาท

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวปรับตัวเพิ่มขึ้น 3-8 bps. โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวช่วงอายุ 10 ปีปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.08% จาก 2.54% ในสัปดาห์ก่อนหน้าเป็น 2.62% โดยนักลงทุนกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) หลังจากที่สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) ประกาศ GDP ไตรมาส 3/2558 เติบโต 6.9% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้จะดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 6.8% แต่ก็ลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนหน้าที่ 7% ประกอบกับนักลงทุนมีการปรับพอร์ตโดยคาดว่าอาจเกิดความผันผวนในตลาดการเงินก่อนการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) ของสหรัฐ ในวันที่ 27-28 ต.ค. ว่า เฟดจะส่งสัญญาณอย่างไรต่อการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปีนี้

ด้านฝั่งยุโรป นักลงทุนติดตามการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในคืนวันพฤหัสบดี โดยตลาดคาดว่า ECB จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 0.05% ต่อไปเนื่องจากเศรษฐกิจยังคงชะลอตัว และอาจมีมาตรการอัดฉีดเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ (QE) เพิ่มเติม

ทั้งนี้ สัปดาห์ที่ผ่านมา (19-22 ต.ค. 2558) มีกระแสเงินลงทุนต่างชาติไหลออกจากตลาดตราสารหนี้ไทยรวมสุทธิ 7,086 ล้านบาท โดยเป็นการขายสุทธิในตราสารหนี้ระยะสั้น (อายุคงเหลือไม่เกิน 1 ปี) 11,380 ล้านบาท และซื้อสุทธิในตราสารหนี้ระยะยาว (อายุมากกว่า 1 ปี) 4,294 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ