posttoday
Low Cost Fund

Low Cost Fund

27 ตุลาคม 2558

โดย...กิตติคุณ ธนรัตนพัฒนกิจ

โดย...กิตติคุณ ธนรัตนพัฒนกิจ

เมื่อช่วงกลางเดือนที่ผ่านมานี้ นักลงทุนหลายท่านคงพอได้ทราบข่าวการเปิดตัวบริษัทหลักทรัพย์ (บล.)น้องใหม่ที่มาพร้อมกับคอนเซ็ปต์ใหม่ที่เรียกตัวเองอย่างชัดเจนว่าเป็น Online Broker อย่างเต็มรูปแบบเป็นแห่งแรกของประเทศไทยกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งต้องถือว่าสามารถสร้างกระแสทั้งในแง่บวกและลบในวงการได้มากพอสมควร

จะว่าไปแล้วกระแส Online Broker นี้เกิดขึ้นและมีอย่างแพร่หลายในต่างประเทศ ซึ่งจุดเด่นคงอยู่ที่ค่าบริการที่ต่ำและความสะดวกสบายในการทำธุรกรรมผ่านอินเทอร์เน็ต แต่ทั้งนี้ก็ต้องยอมรับว่า Online Broker นี้ย่อมมีบริการที่น้อยกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับ Broker แบบปกติทั่วไป ซึ่งส่วนตัวผมมองว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดาของการแข่งกันทางธุรกิจตราบใดที่ทุกบริษัทแข่งขันกันอย่างเป็นธรรมและเป็นไปตามข้อบังคับและกฎเกณฑ์เดียวกัน

ลองนึกดูอีกที Online Broker นี้ก็เปรียบเสมือนกับ สายการบิน Low Cost หรือแม้กระทั่ง Budget Hotel ต่างๆ ซึ่งช่วงหลังได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามสุดท้ายผู้บริโภคในกรณีซึ่งก็คือ ผู้ลงทุนจะเป็นผู้ตัดสินใจเลือกวิธีการลงทุนหรือบริการเองว่าชอบแบบไหน ซึ่งแต่ละแบบก็มีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไป

ทีนี้ลองย้อนกลับมาดูกันที่อุตสาหกรรมกองทุนรวมของเรากันบ้าง นักลงทุนหลายท่านคงกำลังสงสัยกันอยู่ว่าแล้วมี Low Cost Fund ให้บริการอยู่บ้างหรือไม่ คำตอบคือ มีครับ และมีมาเป็นระยะเวลานานแล้วด้วยนั่นก็คือ กองทุน ETF นั้นเอง ซึ่งหลายท่านคงพอจะคุ้นหูอยู่บ้าง แต่สำหรับนักลงทุนมือใหม่ กองทุน ETF คือ กองทุนรวมดัชนีที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ โดยมีนโยบายสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับการเคลื่อนไหวของดัชนีหรือราคาของสินทรัพย์ที่กองทุนใช้อ้างอิง

ซึ่งจริงๆ แล้วกองทุน ETF นั้นถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ข้อจำกัดในหลายๆ เรื่องของกองทุนรวมแบบปกติ อาทิ การรับรู้ราคาซื้อขายที่สามารถรู้ได้ทันทีเมื่อตกลงทำการซื้อขาย (ไม่ต้องรอสิ้นวันเหมือนเช่น กองทุนรวมทั่วไป) ช่วงเวลาและความสะดวกสบายในการซื้อขาย ซึ่งกองทุน ETF ต้องจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทำให้ผู้ลงทุนสามารถซื้อขายได้เสมือนหุ้นทั่วไป และที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ กองทุนรวม ETF นั้นถือเป็น Low Cost Fund มีค่าธรรมเนียมการจัดการทั่วไปที่ถูกกว่ากองทุนแบบทั่วไป ซึ่งประเด็นเรื่องค่าธรรมเนียมเป็นเรื่องที่นักลงทุนควรให้ความสนใจมากขึ้นประกอบการตัดสินใจในการลงทุน เนื่องจากถือเป็นต้นทุนแฝงชนิดหนึ่งในการลงทุนผ่านกองทุนรวม

แต่อย่างไรก็ตาม ณ ปัจจุบันยังเป็นที่น่าเสียดายที่กองทุนรวม ETF ในบ้านเรานั้นยังไม่ค่อยได้รับความนิยมจากผู้ลงทุนเท่าไร มีเพียง 17 กองทุน มูลค่าทรัพย์สินสุทธิเพียง 4,561 ล้านบาท เพียงเพราะส่วนหนึ่งคือผู้ลงทุนยังไม่ได้เห็นประโยชน์ที่แท้จริงของการลงทุนผ่านกองทุนรวม ETF และประเภทของสินทรัพย์ที่มีในตลาดนั้นยังมีให้เลือกอยู่น้อยเกินไป ซึ่งแตกต่างเป็นอย่างมากกับกองทุนรวม ETF ในต่างประเทศซึ่งได้รับความนิยมอย่างสูง โดยเฉพาะในอเมริกาและยุโรปที่ปีๆ หนึ่งมีเม็ดเงินไหลเข้าหลายแสนล้านเหรียญสหรัฐ แม้กระทั่งบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง Vanguard ที่บริหารทรัพย์สินมูลค่ากว่า 2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ก็ยังเป็นบริษัทที่เน้นบริหารแต่กองทุน ETF เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งอาจจะเรียกได้ว่าเป็น ETF Fund House เลยก็ว่าได้

ดังนั้น มาถึงตรงนี้สิ่งที่ผมกำลังเฝ้ารออยู่นั้นก็คือ การมาของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ที่เน้นบริหารกองทุน ETF อย่างจริงจังในบ้านเรา (Low Cost Fund House) ซึ่งส่วนตัวแล้วนั้นผมอยากเห็นมันเกิดขึ้นเนื่องจากเชื่อว่ากองทุนรวม ETF มีประโยชน์ต่อการลงทุนอยู่หลายด้านดังที่กล่าวมา อีกทั้งยังจะช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมกองทุนรวมบ้านเราให้มีความหลากหลายในแง่ของผลิตภัณฑ์ทางการลงทุน และจะได้เติบโตเท่าเทียมจนสามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล