
หนุนดึงมาเลย์ช่วยปั้นเขตศก.
หอการค้าสงขลาแนะรัฐจัดโรดโชว์ 4 รัฐชายแดนมาเลเซีย ดึงร่วมทุนเขตเศรษฐกิจพิเศษ
หอการค้าสงขลาแนะรัฐจัดโรดโชว์ 4 รัฐชายแดนมาเลเซีย ดึงร่วมทุนเขตเศรษฐกิจพิเศษ
นายสมพร สิริโปราณานนท์ ประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า ต้องการให้ภาครัฐร่วมมือกับภาคเอกชนจัดโรดโชว์ใน 4 รัฐของมาเลเซีย ได้แก่ รัฐปะลิส รัฐเกดะห์ รัฐปีนัง และรัฐเประ ที่มีชายแดนติดกับประเทศไทย เพื่อเชิญชวนให้นักลงทุนมาเลย์เชื้อสายจีนเข้ามาลงทุนในพื้นที่พัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน จ.สงขลา หลังจากปัจจุบันมาเลเซียมีกฎหมายการลงทุนที่เข้มงวดมากขึ้น
“ปัจจุบันนักลงทุนเชื้อสายจีนในมาเลเซียไม่ค่อยพอใจกฎหมายที่กำหนดให้ชาวมาเลย์เชื้อสายมลายูถือหุ้นในกิจการไม่ต่ำกว่า 25% ดังนั้นน่าจะใช้โอกาสนี้ไปชักชวนให้นักลงทุนกลุ่มนี้ย้ายเข้ามาลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษสงขลาแทน” นายสมพร กล่าว
อย่างไรก็ดี ขณะนี้นโยบายต่างๆ ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ จ.สงขลา ที่มีพื้นที่ครอบคลุม ต.สะเดา สำนักขาม สำนักแต้ว และปาดังเบซาร์ ของ อ.สะเดา ยังมีความไม่ชัดเจนหลายด้าน อาทิ เขตเศรษฐกิจพิเศษสงขลาเป็นแห่งเดียวที่มีพรมแดนติดกับประเทศที่เจริญกว่าไทย คือ มาเลเซีย ยอดการค้าชายแดนทั้งนำเข้าและส่งออกในแต่ละปีสูงถึง 5 แสนล้านบาท แต่รัฐบาลกำหนดสิทธิประโยชน์เท่ากับพื้นที่อื่น ทำให้ไม่จูงใจนักลงทุน
“ก่อนหน้านี้ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ ให้สิทธิประโยชน์การลงทุนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้เป็นพิเศษมากกว่านี้ แต่ก็ยังไม่มีคนมาลงทุน” นายสมพร กล่าว
ขณะเดียวกัน ยังมีปัญหาด้านที่ดิน โดยที่ดินของเอกชนในพื้นที่พัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษปรับตัวสูงขึ้นมาก จึงเป็นอุปสรรคต่อการลงทุน ส่วนที่ดินของกรมธนารักษ์มีเพียง 1,095 ไร่ ก็ยังไม่มีความชัดเจนเรื่องผังเมือง ซึ่งหากสามารถสร้างความชัดเจนเรื่องที่ดินได้ ก็จะทำให้การลงทุนเดินหน้าต่อไปได้
ด้าน นายบวรเพชร อิ่มประพันธ์ตรี กรรมการที่ปรึกษาหอการค้าจังหวัดสงขลา กล่าวว่า อุปสรรคของการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ จ.สงขลา คือ ที่ดินของภาครัฐมีจำนวนไม่มาก ที่ดินส่วนใหญ่เป็นของเอกชน โดยบางรายมีที่ดินแปลงขนาดใหญ่ 50-300 ไร่ ราคาที่ดินขณะนี้เฉลี่ย 3-10 ล้านบาท/ไร่ ซึ่งไม่คุ้มกับการลงทุน โดยราคาที่ดินที่เหมาะสมกับการลงทุนภาคอุตสาหกรรมอยู่ที่ 1 ล้านบาท/ไร่
“บางรายมีที่ดินจำนวน 300 ไร่ ขายหมดล็อตตกประมาณ 1,600 ล้านบาท จึงเป็นอุปสรรคต่อการสร้างโรงงานอุตสาหกรรม หากราคาที่ดินยังเป็นแบบนี้ กิจการที่น่าจะลงทุนได้คือโรงแรมขนาดใหญ่ หรือไม่ก็เป็นเมืองปลอดภาษีถึงจะคุ้มกว่า” นายบวรเพชร กล่าว







