
วันออมแห่งชาติ
โดย...ชัตน์วรี ([email protected])
โดย...ชัตน์วรี ([email protected])
คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเมื่อวันที่ 20 ต.ค. 2541 กำหนดให้วันที่ 31 ต.ค.ของทุกปี เป็น “วันออมแห่งชาติ” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้คนไทยมีนิสัยรักการออม รวมทั้งเพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญและประโยชน์ของการออม
ประโยชน์ต่อผู้ออม : การออมเป็นการแบ่งรายได้ส่วนหนึ่ง เก็บสะสมไว้สำหรับวัตถุประสงค์ต่างๆ เช่น เพื่อสร้างความมั่นคงในชีวิต เพื่อไว้ใช้ในอนาคต ออมไว้ใช้จ่ายยามเกษียณอายุ การออมเพื่อการศึกษา การออมเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย หรือแม้แต่การออมไว้ใช้ในเวลาฉุกเฉิน หรือเกิดเจ็บไข้ได้ป่วยขึ้น
ประโยชน์ต่อประเทศ : การออมเป็นปัจจัยสำคัญต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และการลงทุนพัฒนาเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก รวมทั้งการออมจะสร้างเสริมความมีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และลดผลกระทบจากความผันผวนทางเศรษฐกิจ เนื่องจากการออมในระดับสูงจะทำให้การลงทุนในระดับประเทศไม่จำเป็นต้องอาศัยเงินทุนจากต่างประเทศ ซึ่งหากมีการพึ่งพิงเงินทุนจากต่างประเทศในระดับสูงและต่อเนื่อง หากต่างชาติดึงเงินกลับก็อาจจะกระทบกับเศรษฐกิจไทยได้เหมือนช่วงเกิดวิกฤตปี 2540 ได้
ทั้งนี้ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้รายงานสถานการณ์การออมรวมของประเทศ (GDS) ในไตรมาส 2 ของปี 2558 มีมูลค่าการออมรวม 7.69 แสนล้านบาท ปรับตัวลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าที่มีมูลค่า 1.16 ล้านล้านบาท โดยมีอัตราการขยายตัว 2.60% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า ขณะที่อัตราการขยายตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสแรกปี 2558 พบว่าปรับตัวลดลงจาก 20.44% เป็นติดลบ 33.74% ในไตรมาส 2 ปีเดียวกัน
ขณะเดียวกัน สัดส่วนการออมรวมต่อจีดีพีก็ปรับตัวลดลงจาก 34.18% ในไตรมาสที่แล้ว เป็น 23.48% ในไตรมาส 2 ปี 2558 ซึ่งอาจจะเป็นผลมาจากเศรษฐกิจซบเซาอย่าง
ต่อเนื่อง รวมทั้งพฤติกรรมการใช้จ่ายของครัวเรือน จึงยิ่งมีความระมัดระวังมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้หลายฝ่ายก็มีความกังวลว่าไทยกำลังเผชิญวิกฤตการออม และช่องว่างการออมกับการลงทุนก็เริ่มที่จะกว้างมากขึ้น ในขณะที่หนี้ครัวเรือนมีอัตราสูง 80% ของจีดีพี จึงเป็นสัญญาณเตือนภัยเศรษฐกิจได้ระดับหนึ่ง







