
จีนกับอังกฤษ
ภาพงานเลี้ยงรับรองที่สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 พระราชทานจัดขึ้นเพื่อต้อนรับประธานาธิบดีจีนสีจิ้นผิง ในงานยังมีเจ้าหญิงแคเธอรีน ดัชเชส ออฟ เคมบริดจ์ ทรงสวมชุดแดงงามสง่านั่งประกบชิด และภาพนายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน ที่ชวนประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ไปนั่งดื่มเบียร์ที่ไอริชผับแบบชาวอังกฤษจนเป็นข่าวดังไปทั่วโลก
ภาพงานเลี้ยงรับรองที่สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 พระราชทานจัดขึ้นเพื่อต้อนรับประธานาธิบดีจีนสีจิ้นผิง ในงานยังมีเจ้าหญิงแคเธอรีน ดัชเชส ออฟ เคมบริดจ์ ทรงสวมชุดแดงงามสง่านั่งประกบชิด และภาพนายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน ที่ชวนประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ไปนั่งดื่มเบียร์ที่ไอริชผับแบบชาวอังกฤษจนเป็นข่าวดังไปทั่วโลก
ยังมีทหารกองเกียรติยศต้อนรับที่หน้าพระราชวังบักกิงแฮม ถือเป็นการต้อนรับผู้นำต่างประเทศที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของอังกฤษที่เราเคยเห็นมาในช่วงหลายสิบปี
จึงดูแปลกใจมากที่ความสัมพันธ์ของสองประเทศที่เคยมีประวัติศาสตร์ที่แสนขมขื่นจะกลับมาชื่นมื่นแบบนี้ได้
จีนกับอังกฤษเริ่มคบกันเป็นทางการตั้งแต่สมัยราชวงศ์หมิงเมื่อ 400 กว่าปีก่อน และมีความสัมพันธ์มาอย่างต่อเนื่องในด้านการค้าขายเป็นหลัก ต่อมาเมื่อ 200 ปีก่อนในสมัยราชวงศ์ชิงความต้องการสินค้าจากจีนในอังกฤษมีสูงมาก ทั้งผ้าไหม ใบชา เครื่องถ้วยชาม ขณะที่จีนไม่ได้นำเข้าสินค้าอังกฤษ อังกฤษขาดดุลการค้าเรื่อยมาจนเกิดความไม่พอใจ
อังกฤษจึงเริ่มส่งฝิ่นที่ปลูกในอินเดียเข้าประเทศจีน จนชาวจีนติดฝิ่นกันงอมแงม ทำลายความมั่นคงของชาติ รัฐบาลจีนจึงปราบปรามธุรกิจค้าฝิ่นและยึดฝิ่นเป็นจำนวนมาก อังกฤษเสียประโยชน์จนเกิดเป็นสงครามฝิ่นที่กองทัพเรืออังกฤษบุกจีน เกิดสนธิสัญญานานกิงที่ไม่เป็นธรรมและจีนต้องสูญเสียเกาะฮ่องกงให้อังกฤษไป
ความขมขื่นของจีนในวันก่อนกลายมาเป็นความร่วมมือทางเศรษฐกิจในวันนี้ รัฐบาลอังกฤษประกาศขอเป็น “เพื่อนที่ดีที่สุด” ของจีน โดยจีนจะลงทุนในพลังงานนิวเคลียร์เกือบ 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ที่อังกฤษ ขณะที่บริษัทน้ำมันข้ามชาติบีพีของอังกฤษจะมาลงทุนมหาศาลในจีนและยังมีการแลกเปลี่ยนทางการศึกษาวิจัยและเทคโนโลยี รวมทั้งเปิดเส้นทางการบินใหม่ๆ ระหว่างเมืองในสองประเทศ
อังกฤษมีจีดีพี 2.4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่จีนมีจีดีพีมากถึง 13.4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ และมีเงินเก็บมหาศาล ปัจจุบันมีการลงทุนจากต่างประเทศโดยตรงในอังกฤษเกือบ 4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ รัฐบาลอังกฤษยังต้องการการลงทุนอีกมาก เพื่อช่วยขยายเศรษฐกิจและสร้างงานในช่วงที่ยุโรปซบเซา ดังนั้นเงินมหาศาลจากจีนย่อมมีผลดีต่ออังกฤษมาก
ขณะที่จีนเองก็มีปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัว ต้องการลงทุนในต่างประเทศ ขายสินค้าและส่งออกเทคโนโลยี อีกทั้งเป็นการประกาศศักดาให้โลกรู้ว่าจีนคือประเทศมหาอำนาจทั้งทางทหารและทางเศรษฐกิจที่กำลังจะมาเบียดกับสหรัฐอเมริกา
จึงเห็นได้ชัดว่าโลกใบนี้เป็นโลกยุคความร่วมมือทางเศรษฐกิจ เป็นโลกของผลประโยชน์ร่วม ความบาดหมางในอดีตจึงลืมได้ง่าย เพราะความรุ่งเรืองในอนาคตสำคัญกว่า
ย้อนมาดูความสัมพันธ์ของไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งเมียนมา ลาว กัมพูชา และมาเลเซีย ที่ดูเหมือนมีแต่เรื่องชวนทะเลาะ ไม่ว่าจะผ่านมากี่ปีก็ยังคงตอกย้ำด้วยความบาดหมางในอดีตที่ไทยเราก้าวข้ามผ่านไม่ได้เสียที
เราควรให้ความสำคัญกับการค้าขายกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างจริงจัง หรือสนับสนุนช่วยเหลือในด้านต่างๆ ทั้งการศึกษาและทางเศรษฐกิจอย่างจริงใจ เมื่อประเทศเพื่อนบ้านเข้มแข็ง ก็ย่อมมีศักยภาพในการซื้อขายกับไทยมากขึ้น
เรากำลังจะเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนปลายปี 2558 คงจะไปไกลได้ยาก หากภาพความกลมเกลียวยังไม่เกิดขึ้น ไทยเราจึงต้องดูจีนกับอังกฤษเป็นแบบอย่าง







