
ระบบความปลอดภัย แพ้ชนะอยู่ที่การเชื่อมต่อ
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ (IoT) สร้างแรงกระตุ้นวงการอย่างร้อนแรง จึงเป็นยุคทองของผลิตภัณฑ์ระบบรักษาความปลอดภัยที่ทำงานได้ตามคอนเซ็ปต์ IoT ผลิตภัณฑ์เหล่านี้สามารถเก็บรวบรวมและแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับอุปกรณ์ IoT อื่นๆ ได้โดยอัตโนมัติ เนื่องจากอุปกรณ์ทำงานบนระบบเน็ตเวิร์กผู้ใช้จึงสามารถติดตามตรวจสอบได้จากระยะไกล และได้รับรู้สถานการณ์จากสถานที่หลายๆ แห่งได้สมบูรณ์มากขึ้น ผ่านการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ต่างๆ
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ (IoT) สร้างแรงกระตุ้นวงการอย่างร้อนแรง จึงเป็นยุคทองของผลิตภัณฑ์ระบบรักษาความปลอดภัยที่ทำงานได้ตามคอนเซ็ปต์ IoT ผลิตภัณฑ์เหล่านี้สามารถเก็บรวบรวมและแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับอุปกรณ์ IoT อื่นๆ ได้โดยอัตโนมัติ เนื่องจากอุปกรณ์ทำงานบนระบบเน็ตเวิร์กผู้ใช้จึงสามารถติดตามตรวจสอบได้จากระยะไกล และได้รับรู้สถานการณ์จากสถานที่หลายๆ แห่งได้สมบูรณ์มากขึ้น ผ่านการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ต่างๆ
เมื่อพิจารณาเรื่องระบบควบคุมการเข้าออกที่ทำงานบนระบบไอพีซึ่งสามารถเปลี่ยนสภาพประตูธรรมดาประตูหนึ่งให้เป็นอุปกรณ์ IoT ที่ชาญฉลาด และด้วยความสามารถของ IoT ทำให้สามารถตั้งค่าอุปกรณ์ควบคุมประตูระบบเน็ตเวิร์กเพื่อใช้งานบนคลาวด์ ซึ่งทำให้การควบคุมการเข้าออกกลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบเน็ตเวิร์กขององค์กร
รูปแบบการทำงานนี้เหมาะกับการใช้ควบคุมประตูหลายๆ บานในพื้นที่แตกต่างกันจากระยะไกล ซึ่งจำเป็นต้องเพิ่มระบบความปลอดภัยให้กับวิดีโอที่รวมอยู่ที่ศูนย์กลาง และด้วยการใช้อุปกรณ์ควบคุมประตูระบบเน็ตเวิร์กที่ใช้ระบบจ่ายไฟผ่านอีเทอร์เน็ต นอกจากนี้อุปกรณ์ควบคุมประตูที่ทำงานบนระบบไอพีสามารถบำรุงรักษาได้ง่ายกว่า มีความยืดหยุ่นมากกว่า และขยายประสิทธิภาพการทำงานได้ตามต้องการ รวมถึงมีค่าใช้จ่ายโดยรวมต่ำกว่าระบบอะนาล็อก
นอกจากนี้ ยังสามารถเพิ่มอุปกรณ์เสริมที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานให้กับระบบได้ เช่น ลำโพง พร้อมเครื่องขยายเสียงในตัวบนระบบไอพี ซึ่งก็นับได้ว่าเป็นอุปกรณ์ IoT อีกรูปแบบหนึ่ง ตัวลำโพงสามารถเล่นข้อความเสียงที่บันทึกไว้ล่วงหน้าได้อัตโนมัติเมื่อได้รับการแจ้งเตือนจากเซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว (หรือภาพวิดีโอ) หรือการบุกรุก และเมื่อลำโพงเหล่านี้ผสานการทำงานกับระบบบริหารจัดการวิดีโอ ผู้ประกอบการที่ไม่ได้อยู่ ณ ที่เกิดเหตุ หรือศูนย์ควบคุม จะสามารถพูดส่งเสียงตรงไปยังผู้บุกรุกได้จากระยะไกล
ขณะที่อุปกรณ์ที่เป็น IoT บนมาตรฐานระบบเปิด ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรูปแบบโดยรวมของระบบรักษาความปลอดภัยทางกายภาพ การทำงานผ่านอีเทอร์เน็ตก็เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่มีอิทธิพลต่อค่าใช้จ่ายของระบบ การที่สายเคเบิลเส้นเดียวสามารถใช้ได้ทั้งกับการจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ IoT และส่งข้อมูลในเวลาเดียวกัน ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการติดตั้งได้มาก เพราะนอกจากจะลดจำนวนสายเคเบิลที่ต้องใช้ในแต่ละงานแล้วยังลดจำนวนชั่วโมงการทำงานของคนที่ต้องใช้ในการติดตั้งอุปกรณ์ด้วย
ปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่ง คือ บริการที่เชื่อมต่อกับระบบคลาวด์ เนื่องจากอุปกรณ์ IoT เป็นเทคโนโลยีที่ทำงานบนระบบเน็ตเวิร์ก จึงเหมาะสำหรับผู้ให้บริการด้านบริหารจัดการการใช้งานระบบเน็ตเวิร์ก (Managed Services) ลูกค้าลงทุนในการซื้อหาอุปกรณ์ IoT เท่านั้น บริษัทผู้ให้บริการจะเป็นผู้จัดการเรื่องที่เหลือของระบบ โดยค่าใช้จ่ายคงที่จะเป็นเพียงค่าบริการที่ผู้ให้บริการเรียกเก็บเป็นรายเดือนเท่านั้น
ในโลกของระบบรักษาความปลอดภัย เทคโนโลยี IoT ช่วยให้องค์กรธุรกิจต่างๆ บริหารจัดการระบบรักษาความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นเซ็นเซอร์ตรวจจับการบุกรุกและสัญญาณเตือนไฟ ไปจนถึงการตรวจการณ์-เฝ้าระวัง การควบคุมการเข้าออก ลำโพงขยายเสียง ป้อมสถานีฉุกเฉิน และวิดีโออินเตอร์คอม ซึ่งทั้งหมดทำงานอยู่บนแพลตฟอร์มเดียวกัน อุปกรณ์ติดตามตรวจสอบที่เป็น IoT ต่างๆ สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ควบคุมสภาพแวดล้อมเพื่อให้มั่นใจได้ว่าระบบความร้อน ความเย็น และการระบายอากาศ (HVAC) ของอาคารๆ หนึ่งทำงานภายใต้ค่าพารามิเตอร์ที่ตั้งไว้







