
หุ้นไทยแกว่งขึ้น ตามหุ้นโลก
หุ้นโลกดีดขึ้นช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ขานรับการประกาศลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางจีน (PBOC) ซึ่งนับเป็นปัจจัยบวกต่อเนื่องจากที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) เพิ่งส่งสัญญาณกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมไปเมื่อวันพฤหัสบดี
หุ้นโลกดีดขึ้นช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ขานรับการประกาศลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางจีน (PBOC) ซึ่งนับเป็นปัจจัยบวกต่อเนื่องจากที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) เพิ่งส่งสัญญาณกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมไปเมื่อวันพฤหัสบดี
วันศุกร์ที่ผ่านมา PBOC ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝาก 1 ปี ลง 0.25% สู่ระดับ 4.35% และ 1.50% ตามลำดับ โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 24 ต.ค. การปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งล่าสุดนี้นับเป็นครั้งที่ 6 ตั้งแต่เดือน พ.ย.ที่ผ่านมา
PBOC ยังปรับลดสัดส่วนการกันสำรอง (RRR) ของธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินที่สนับสนุนธุรกิจขนาดเล็กและขนาดย่อม รวมทั้งภาคการเกษตรลง 0.5%
ทั้งนี้ มีโอกาสสูงที่ PBOC จะกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมก่อนสิ้นปีนี้ และต่อเนื่องในช่วงต้นปีหน้า เพื่อประคองเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวเหลือโต 6.9% ในไตรมาส 3 ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาสแรกของปี 2552
วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา แม้ผลการประชุม ECB ยังคงวงเงินซื้อพันธบัตรตามมาตรการ QE ที่ 6 หมื่นล้านยูโร/เดือน แต่ประธาน ECB ส่งสัญญาณชัดเจนว่า ECB อาจขยายเวลาการทำ QE ให้นานกว่าเดือน ก.ย. 2559 ที่กำหนดไว้ หรือขยายวงเงินการซื้อพันธบัตรต่อเดือน เพื่อกระตุ้นการขยายตัวของยูโรโซน และหนุนให้อัตราเงินเฟ้อเข้าใกล้ 2% ทั้งนี้ ECB จะทบทวนอีกครั้งในเดือน ธ.ค.นี้
น่าสังเกตว่า วงเงิน QE เมื่อเทียบกับจีดีพีของ ECB ยังมีขนาดไม่ถึงครึ่งของมาตรการ QE ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และธนาคารกลางอังกฤษที่เคยดำเนินการมา ขณะที่สภาพปัญหาดูจะหนักหนากว่า หากจะให้เทียบเคียงกัน ECB จะต้องขยายวงเงินต่อเดือนเป็น 1 แสนล้านยูโร และต้องขยายเวลาออกไปจนถึงกลางปี 2560 ไม่ใช่แค่ถึงเดือน ก.ย. 2559
ในภาพรวมธนาคารกลางยุโรป จีน รวมถึงญี่ปุ่นยังคงกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม แม้เฟดอาจเริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีหน้า สภาพคล่องในระบบการเงินโลกยังสูง ขณะที่อัตราเงินเฟ้อยังต่ำมาก อัตราดอกเบี้ยบ้านเราจึงมีแนวโน้มต่ำต่อไปจนถึงครึ่งหลังของปีหน้าเป็นอย่างน้อย ภาวการณ์เช่นนี้จะหนุนการลงทุนในตลาดหุ้น
สัปดาห์นี้ต้องติดตามการประชุมเฟด ในวันที่ 27-28 ต.ค. และของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ในวันที่ 30 ต.ค. ในส่วนของ BOJ มีโอกาสส่งสัญญาณกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม ขณะที่เฟดไม่น่ามีประเด็นใหม่ หลังตลาดคาดว่าจะเลื่อนการขึ้นดอกเบี้ยไปอย่างเร็วเป็นเดือน มี.ค. 2559
นอกเหนือจากประเด็นบวกจากทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสำคัญ ผลดำเนินงานไตรมาส 3 และแนวโน้มปีหน้าของ บจ.ก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันต่อทิศทางตลาดหุ้น รวมถึงความคืบหน้าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่ล่าช้ามานาน และการประมูลคลื่น 4จี
หุ้นไทยมีแนวโน้มแกว่งขึ้นตามหุ้นโลก สำหรับพอร์ตเทรดดิ้ง แนะแบ่งขายแถวแนวต้าน 1,460 จุด ขณะที่
แนวรับขยับขึ้นมาที่ 1,412 จุด
พบกันใหม่ครั้งหน้าครับ







