posttoday
Global Health Care Fund

Global Health Care Fund

26 ตุลาคม 2558

โดย...จิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์

โดย...จิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์

คงปฏิเสธไม่ได้ว่ากระแสการดูแลรักษาสุขภาพมาแรงอย่างมากในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา จากอัตราการเสียชีวิตที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะจากการเจ็บป่วยด้วยโรคที่ไม่มีเชื้อโรค เช่น มะเร็ง เบาหวาน และโรคหัวใจ แต่ในขณะเดียวกัน ยาและการรักษาพยาบาลก็พัฒนาขึ้นอย่างมากเช่นกันเพื่อต่อสู้กับโรคร้ายต่างๆ ทำให้ 83% ของผู้ป่วยโรคมะเร็งมีอายุยืนยาวขึ้นได้เพราะการรักษาและยาที่ค้นพบขึ้นมาใหม่ จำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคหัวใจลดลงกว่า 1 ใน 3 ในขณะที่การค้นพบวิธีการรักษาโรคเอดส์แบบใหม่ทำให้มีผู้เสียชีวิตจากโรคดังกล่าวลดลงถึง 85%

กระแสดังกล่าวและพัฒนาการในวงการแพทย์และยาทำให้นักลงทุนส่วนหนึ่งให้ความสนใจหุ้นในกลุ่มดูแลรักษาสุขภาพ (Healthcare) ซึ่งรวมถึงกลุ่มบริษัทผลิตยา กลุ่มบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotech) และกลุ่มโรงพยาบาล โดยในประเทศไทยมีกองทุนหุ้นกลุ่ม Healthcare เสนอขายหลายกองในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา และเริ่มได้รับความนิยมอย่างสูงจากนักลงทุนไทย

ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นกลุ่ม Healthcare (MSCI World Healthcare) ปรับตัวเพิ่มขึ้น 117% ในขณะที่หุ้นกลุ่ม Biotech ปรับขึ้นถึง 247% และกองทุน Global Healthcare ของบริษัท เจ.พี.มอร์แกน ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 27.13% ต่อปี ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ความยากของหุ้นกลุ่มนี้คือราคาค่อนข้างแพง กล่าวคือ มีระดับ พี/อี (ราคาต่อผลกำไร) สูงกว่าค่าเฉลี่ยตลาดมาก เนื่องจากคาดการณ์ว่าผลกำไรน่าจะเติบโตได้สูงหากคิดค้นยาและการรักษารูปแบบใหม่ได้ โดยค่า พี/อี ของกลุ่ม Healthcare เคยปรับตัวขึ้นไปสูงสุดที่ประมาณ 27 เท่า แต่กำไรต่อหุ้นก็ปรับตัวขึ้นมาโดยตลอด ทำให้ พี/อี ค่อยๆ ลดลงอยู่ที่ระดับ 20 เท่า ในขณะที่หุ้นกลุ่มไบโอเทคเป็นกลุ่มที่มีค่า พี/อี  60-70 เท่า ในช่วงรอบปีที่ผ่านมา แต่ด้วยกำไรต่อหุ้นที่มีอัตราการเติบโตที่มากกว่า 30% ทำให้ค่า พี/อี ปรับลดลงมาอยู่ที่ระดับ 32 เท่า (ต่ำสุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา)

ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ราคาหุ้นในกลุ่มนี้ปรับตัวลงพร้อมๆ กับราคาหุ้นโลกจากภาวการณ์ชะลอตัวลงของเศรษฐกิจจีนและเศรษฐกิจโลก ประกอบกับผลกระทบจากข้อเสนอของนางฮิลลารี คลินตัน ให้มีการออกมาตรการควบคุมราคายาหลังจากบริษัทยายักษ์ใหญ่ประกาศขึ้นราคายารักษาโรคเอดส์หลายสิบเท่า และอาจถูกกระทบเพิ่มเติมจากการวิพากษ์วิจารณ์นโยบายโอบามาแคร์อย่างกว้างขวางช่วงหาเสียงก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในปีหน้า

ในทางบวก ข้อตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (ทีพีพี) ที่รวมข้อตกลงเรื่องสิทธิบัตรยาอยู่ด้วย น่าจะส่งผลดีกับกลุ่ม Healthcare ของสหรัฐที่สามารถเข้าถึงตลาดใน 12 ประเทศได้สะดวกมากขึ้น

หุ้นกลุ่มนี้จึงน่าสนใจในระยะยาว แต่อาจผจญความผันผวนในระยะสั้นได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท