
สั่งผู้ค้าน้ำมัน สำรองบี100 อุ้มสวนปาล์ม
กรมธุรกิจพลังงานสั่งผู้ค้าสำรองไบโอดีเซล บี100-เอทานอล ตามสัดส่วนการขาย
กรมธุรกิจพลังงานสั่งผู้ค้าสำรองไบโอดีเซล บี100-เอทานอล ตามสัดส่วนการขาย
นายวิฑูรย์ กุลเจริญวิรัตน์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า กรมได้ปรับหลักเกณฑ์วิธีการสำรองน้ำมันตามกฎหมายของผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 โดยกำหนดให้ผู้ค้าต้องสำรองไบโอดีเซล บี100 และเอทานอล ตามสัดส่วนของการจำหน่าย จากเดิมที่กำหนดให้ผู้ค้าสำรองเฉพาะดีเซลและเบนซินเท่านั้น ขณะที่หลักเกณฑ์ดังกล่าวจะเพิ่มการรับซื้อน้ำมันปาล์มและเพิ่มการสำรองไบโอดีเซล บี100 ในสต๊อกผู้ค้าเป็น 59.02 ล้านลิตร จากเดิม 11.77 ล้านลิตร และเพิ่มการสำรองเอทานอลได้จำนวนหนึ่ง
ทั้งนี้ หลักเกณฑ์การสำรองพลังงานทดแทน 2 ชนิด จะเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. ซึ่งเป็นวันแรกของการกำหนดให้ผู้ค้าต้องสำรองน้ำมันสำเร็จรูปตามกฎหมายที่ระดับ 1% ของปริมาณการขาย จากเดิมที่กำหนดให้สำรองที่ 6%
“จากการหารือกับผู้ค้า 14 ราย ผู้ค้าพร้อมปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ใหม่ โดยเฉพาะการสำรองน้ำมันไบโอดีเซล บี100 จะเป็นช่องทางช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันที่ประสบปัญหาราคาผลปาล์มตกต่ำ เนื่องจากน้ำมันปาล์มล้นตลาด และจะไม่ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันขายปลีก” นายวิฑูรย์ กล่าว
นายวิฑูรย์ ระบุว่า การปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ใหม่ บริษัท ปตท. จะต้องสำรองไบโอดีเซล บี100 ที่ 28.10 ล้านลิตร บริษัท เชลล์ 9.31 ล้านลิตร บริษัท เอสโซ่ 1.32 ล้านลิตร บริษัท เชฟรอน 1.80 ล้านลิตร บริษัท บางจากปิโตรเลียม 2.94 ล้านลิตร บริษัท ไออาร์พีซี 7.34 ล้านลิตร และบริษัท ซัสโก้ ดีลเลอร์ส 1.05 ล้านลิตร เป็นต้น







