posttoday
เรื่องไม่น่าจดจำ ของทีพีพี (1)

เรื่องไม่น่าจดจำ ของทีพีพี (1)

23 ตุลาคม 2558

หลังจาก 12 ชาติลงนามความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (ทีพีพี) เมื่อวันที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมา กระแส “กลัวตกขบวนรถไฟ” ก็เกิดขึ้น

หลังจาก 12 ชาติลงนามความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (ทีพีพี) เมื่อวันที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมา กระแส “กลัวตกขบวนรถไฟ” ก็เกิดขึ้น

กระแสดังกล่าวเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เนื่องจากไทยเคยมี “ต้นทุนจากการไม่ได้มีส่วนร่วม” มาแล้ว เช่น เขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) อาเซียน-เกาหลี ที่ในรอบแรก 9 ประเทศอาเซียนยกเว้นไทยลงนาม โดยเราไม่ลงนามเพราะต้องการให้เกาหลีเปิดตลาดข้าวให้ไทย แต่เกาหลีไม่ยอม

เมื่อเราไม่ลงนาม ทำให้ขาดโอกาสจะขายข้าวให้เกาหลีเหมือนเดิม แถมเสียตลาดกุ้งให้เวียดนาม ที่สามารถส่งออกไปเกาหลีด้วยอัตราภาษีศุลกากร 0% เมื่อเคยเจ็บตัวมาก่อน กรณีทีพีพีจึงมีหลายฝ่ายกังวล

คำถามคือ เราจำเป็นต้องเกาะรถไฟขบวนนี้หรือไม่ รถไฟขบวนนี้กำลังมุ่งหน้าไปทางทิศใด มั่งคั่งหรือดิ่งเหว

ทุกคนที่วิเคราะห์เรื่องทีพีพีในเวลานี้ ล้วนวิเคราะห์ในลักษณะ “ตาบอดคลำช้าง” ครับ เนื่องจากเอกสารข้อตกลงทั้ง 29 บทที่ลงนามกันไป ยังไม่มีใครได้เห็นตัวจริง ยกเว้นทีมเจรจาของแต่ละประเทศ เนื่องจากประเทศคู่เจรจาตกลงกันไว้ว่า การเจรจาเป็นความลับขั้นสูงสุด ระดับที่วุฒิสภาของสหรัฐยังไม่สามารถเข้าถึงข้อตกลงทั้งฉบับได้

การผลักดันทีพีพีของโอบามา ไม่ได้มีเหตุผลทางด้านเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังมีเหตุผลด้านการเมือง คือต้องการให้สหรัฐเป็นจุดศูนย์กลางทางการค้าของโลกผ่านข้อตกลง 2 ฉบับ คือ ทีพีพีและทีทีไอพี (Trans-Atlantic Trade and Investment Partnership) แทนที่จะเป็นยุคบูรพาภิวัฒน์ คือ มีจีน อินเดีย และอาเซียนเป็นแกนกลาง

แน่นอนว่า เมื่อการเจรจามีความไม่โปร่งใส มีการเร่งรัดกระบวนการ ประชาชนเยอรมนีกว่า 2.5 แสนคน จึงออกมาคัดค้านการเจรจาทีทีไอพี ขณะที่ชาวนาญี่ปุ่นก็ออกมาคัดค้านทีพีพีด้วย เนื่องจากญี่ปุ่นไม่เคยเปิดตลาดข้าวให้ประเทศใดมาก่อน แต่ทีพีพีทำให้ญี่ปุ่นยอมให้ต่างชาติส่งข้าวเข้ามาตีตลาดได้

สมาชิกทีพีพียังต้องเปิดตลาดสินค้าเกษตรอื่นๆ เช่น นมและผลิตภัณฑ์นม ซึ่งเป็นสินค้าที่ไทยค่อนข้างปกป้องมาตลอดด้วย

คำถามคือ ไทยพร้อมหรือไม่ หากจะเข้าทีพีพี แล้วต้องเปิดตลาดข้าว นมและผลิตภัณฑ์ให้ต่างชาติ

ศุกร์หน้ามาคุยกันต่อเรื่องทีพีพีกับยานยนต์และเครื่องนุ่งห่มครับ

ข่าวล่าสุด

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า